นักมวยปล้ำหญิง ธันเดอร์ โรซ่ากับโชคชะตาในวงการมวยปล้ำ

นับว่าเป็น นักมวยปล้ำหญิง ที่กำลังมาแรงในวงการ สำหรับธันเดอร์ โรซ่านั้นที่ครองแชมป์หญิงเอนดับเบิ้ลยูเออยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาสัมภาษณ์ถึงอาชีพของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตัวละครโคบรา มูนจากรายการลูช่าอันเดอร์กราว์ที่เธอไม่ชอบนัก รวมถึงสัญญาต่างๆ ของรายการที่ผูกมัดนักมวยปล้ำมากจนเกินไปจนทำให้เธอไม่มีโอกาสได้ย้ายไปสู่ค่ายใหญ่อย่างเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์นั่นเองติดตามต่อได้ในข่าวกีฬาล่าสุด                ในช่วงเวลาสี่ปีที่โรซ่าได้เปิดตัวกับลูช่า อันเดอร์กราวด์ในซีซั่นที่สองนั้น เธอได้รับบทบาทโคบรา มูน นักมวยปล้ำหญิง ซึ่งเป็นผู้นำของเผ่าสัตว์เลื้อยคลานในเนื้อเรื่อง โดยตัวละครของเธอจะเป็นเสมือนนางพญางูเห่าที่เจ้าตัวเสียดายที่ไม่อาจจะแสดงตัวตนที่แท้จริงเพราะต้องอยู่ภายใต้หน้ากากแบบนักมวยปล้ำเม็กซิกันนั่นเอง รวมถึงสัญญาจ้างที่ทำให้โรซ่าไม่มีโอกาสไปปล้ำที่อื่นมากนักและเกือบต้องลาออกจากวงการเลยทีเดียว                แม้ว่ารายการลูช่า อันเดอร์กราวด์จะถูกปิดตัวไปก็ตาม แต่นักมวยปล้ำหญิงจากติฮัวร์น่าก็ได้พลิกบทบาทมาเป็นธันเดอร์ โรซ่าอีกครั้งในปี 2018 ก่อนจะทำผลงานได้ดีในสมาคมริงออฟออเนอร์ จนกระทั่งย้ายมาสู่เอนดับเบิ้ลยูเอและสามารถคว้าแชมป์หญิงของค่ายมาได้ในรายการฮาร์ดไทม์ปี 2020 รวมทั้งไปปรากฏตัวในค่ายระดับโลกกับเออีดับเบิ้ลยูคู่แข่งคนสำคัญของเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์อีกด้วย นักมวยปล้ำหญิง จากติฮัวร์น่าก็ได้พลิกบทบาทมาเป็นธันเดอร์ โรซ่า                แม้ว่าโรซ่าจะเป็นนักมวยปล้ำหญิงมากความสามารถก็ตาม แต่เธอได้เปิดเผยว่าทางค่ายยักษ์ใหญ่อย่างเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์นี้เคยทาบทามเจ้าตัวให้ไปเป็นกรรมการในสมาคม ทว่าโรซ่าได้ปฏิเสธไปเพราะต้องการไปเป็นนักสู้ศิลปะป้องกันตัวมากกว่า จนกระทั่งเธอได้โอกาสโชว์ฝีมือและอยู่บนจุดสูงสุดของอาชีพในที่สุด ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป

นักมวยปล้ำ เหินเวหาในตำนานที่โลดแล่นมากว่า 20 ปีสำหรับชายที่ชื่อว่าร็อบแวนแดม

นับว่าเป็น นักมวยปล้ำ เหินเวหาในตำนานที่โลดแล่นมากว่า 20 ปีสำหรับชายที่ชื่อว่าร็อบแวนแดม อดีตแชมป์โลกของสมาคม WWE และ ECW ที่เคยเป็นตัวชูโรงจากทั้งสองค่ายในยุค 90 และ 2000 จนเป็นที่จดจำของแฟน นักมวยปล้ำ แต่ทว่าหลังจากที่เจ้าตัวมีการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรและต้องย้ายจากค่ายใหญ่ไปสู่ค่ายลำดับกลางอย่างอิมแพคเรสลิ่ง ก่อนจะลาออกไปในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ติดตามในข่าวกีฬาล่าสุด                 ชื่อของร็อบแวนแดมได้แจ้งเกิดในสมาคมเล็กๆ ในเมืองฟิลาเดลเฟียอย่าง ECW ที่นำโดยพอล เมย์แมนเป็นเจ้าของและผู้บริหารของสมาคม ด้วยความสามารถที่ต่างออกไปจากคนอื่นของแวนแดมทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักมวยปล้ำตัวหลักของค่าย ก่อนที่จะมีโอกาสคว้าแชมป์โทรทัศน์ได้นานกว่าสองปี จนกระทั่งวันที่สมาคมต้องถูกปิดตัวไปจากหนี้สินที่เกิดจากความผิดพลาดของเฮย์แมนเองในปี 2001                หลังจากที่ร็อบแวนแดมได้ย้ายมาสู่ WWE เจ้าตัวก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นจนกระทั่งมีโอกาสได้ขึ้นปล้ำชิงแชมป์โลกอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งในปี 2006 ที่นักมวยปล้ำเหินเวหาคนนี้สามารถคว้ากระเป๋ามันนี่อินเดอะแบงค์เพื่อสิทธิการชิงแชมป์ WWE จนกระทั่งเจ้าตัวทำสำเร็จด้วยการเอาชนะจอห์น ซีน่าไปในรายการคืนสู่เหย้าของชาว ECW นั่นเอง ก่อนที่ข่าวการใช้สารกระตุ้นและกัญชาของแวนแดมจะถูกเผยแพร่ออกไปจนโดนสมาคมแบนและย้ายออกไปอยู่อิมแพคเรสลิ่งในเวลาต่อมา                ด้วยความที่ออกปล้ำบนเวทีอยู่นานหลายสิบปีของร็อบแวนแดมทำให้เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากในปี 2020 ว่าเขาหมดไฟกับวงการมวยปล้ำไปแล้ว เหลือเพียงแต่การหาเงินและความอยากอวดที่เป็นนิสัยของเขามานานแล้ว ซึ่งด้วยเหตุนี้เองทำให้นักมวยปล้ำอดีตแชมป์โลกสองสมัยได้ขอแยกทางกับสมาคมอย่างอิมแพคเรสลิ่งที่เคยร่วมอยู่หลายปีและจะกลับไปทำรายการพอดแคสเหมือนเดิม

วงการมวยปล้ำ กับ ริค แฟลร์ผู้อยู่ในบทบาทนักมวยปล้ำตลอดกาล

ข่าวกีฬาล่าสุดใน วงการมวยปล้ำ ที่มักจะต้องใช้แรงปะทะเสมอนั้น การที่จะยืนหยัดในสังเวียนเป็นเวลานานนั้นถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก แต่สำหรับชายที่ชื่อว่าริค แฟลร์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเจ้าของสถิติแชมป์โลก 16 สมัยที่เข้าสู่ วงการมวยปล้ำ มาตั้งแต่วัยรุ่นก่อนจะยืนระยะได้อย่างยาวนานกว่า 40 ปีโดยที่เจ้าตัวมันจะมีชื่อเสียงนอกสังเวียนจากการรักษาบทบาทเป็นแฟลร์อยู่เสมอไม่เว้นแม้แต่ช่วงเวลาที่รีไทร์ไปแล้วก็ตาม                เจ้าของฉายาเดอะเนเจอร์บอยได้เริ่มต้นในวงการมวยปล้ำช่วงยุค 1970 ที่เจ้าตัวได้ขึ้นปล้ำในสมาคม AWA ก่อนจะย้ายไปสู่ค่ายมวยปล้ำของจิม ครอกเกตที่สร้างชื่อให้กับเขาในฐานะนักมวยปล้ำเดี่ยว แม้ว่าทางด้านริค แฟลร์จะประสบอุบัติเหตุจากเหตุการณ์เครื่องบินตกพร้อมกับจอห์นนี่ วาเลนไทน์จนเกิดทำให้เขาต้องรีไทร์ไป แต่หลังจากแปดเดือนผ่านไป ทางแฟลร์ก็ได้กลับสู่วงการมวยปล้ำอีกครั้งพร้อมเปลี่ยนสไตล์การปล้ำจนกลายเป็นตัวละครที่แฟนมวยปล้ำคุ้นเคยจนถึงปัจจุบัน                นับจากนั้นเป็นต้นมาทางริค แฟลร์ก็สามารถเป็นตัวชูโรงให้กับวงการมวยปล้ำได้อย่างยาวนานพร้อมคว้าแชมป์โลกได้กับทั้งสมาคม NWA, WCW และ WWE รวมกันว่า 16 สมัย แต่ทว่าเรื่องราวของแฟลร์ยังไม่จบ ด้วยความเข้าถึงบทบาทอย่างมากทำให้เจ้าตัวมักจะเที่ยวดื่มและนอนกับผู้หญิงอย่างมากมายแทบทุกวัน จนคนในวงการมวยปล้ำกล่าวกันไว้ว่าป๋าริคจะคงความเป็นเนเจอร์บอยอยู่ตลอดจนกว่าเขาจะเข้าบ้านเลยทีเดียว เดอะเนเจอร์บอยได้เริ่มต้นใน วงการมวยปล้ำ ช่วงยุค 1970                ด้วยความเข้าถึงนี่เองทำให้เพื่อนรุ่นน้องอย่างชอว์น ไมเคิ่ลส์เคยออกสื่อพูดถึงตำนานแชมป์โลก 16 สมัยที่แม้จะรีไทร์จากวงการมวยปล้ำไปแล้ว แต่ยังคงใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงว่าเขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวตนของริค แฟลร์จริงๆ เป็นอย่างไร และมันถึงเวลาที่เขาหยุดใช้ชีวิตแบบนี้แล้วกลับไปเป็นริชาร์ด เฟลียร์คนเดิมในบ้านมากกว่า ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป

บาร์เรต ได้กลับมาสู่สมาคมเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์อีกครั้ง

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้หลังจากที่เวด บาร์เรต ได้กลับมาสู่สมาคมเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์อีกครั้ง นับตั้งแต่ออกจากสมาคมไปนานถึง 5 ปี โดยอดีตแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัลได้กลายเป็นผู้บรรยายให้กับรายการเอนเอกซ์ทีแทนที่เพื่อนร่วมเกาะอังกฤษอย่างไนเจล แมคกินเนสส์ที่ต้องประสบปัญหาการเดินทางระหว่างประเทศ โดยผู้บรรยายชาวอังกฤษคนนี้ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาเคยเกิดขึ้นสมัยที่ยังเป็นแชมป์เส้นสีขาวนั่นเอง                นับตั้งแต่ที่เวด บาร์เรต ได้เปิดตัวในสมาคมในฐานะนักมวยปล้ำที่ต้องพัฒนาทักษะในเอนเอกซ์ที เจ้าตัวก็มีโอกาสได้เปลี่ยนบทบาทไปหลายครั้งไม่ว่าจะกลายเป็นนักสู้ใต้ดินตามที่เขาเคยเป็นแชมป์จากการชกมวยมาก่อน จนกระทั่งในปี 2013 นั้นเขาได้เปลี่ยนกิมมิคของตัวเองอีกครั้งในชื่อว่าแบดนิวส์บาร์เรตซึ่งเป็นเหมือนนักข่าวที่มักจะออกมาเผยแพร่ข่าวร้ายให้แก่คนอื่นเสมอๆ                หลังจากที่เขากลายเป็นแบดนิวส์บาร์เรตแล้ว เจ้าตัวก็กลายเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ทันทีจากฝีปากที่เขามักจะพูดบนเวทีได้ดีเสมอ จนกระทั่งเขาสามารถกลับมาคว้าแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัลได้อีกครั้งเป็นสมัยที่สี่จากการเอาชนะบิ๊กอีไปได้ในรายการเอ๊กซ์ตรีมรูลส์ปี 2014 แต่ทว่าก่อนที่เขาจะมีโอกาสขึ้นปล้ำเพื่อชิงประเป๋าสัญญาแมตช์แชมป์โลกนั้น เจ้าตัวกลับได้รับอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุไปอย่างน่าเสียดาย บาร์เรต ได้เปิดตัวในสมาคมในฐานะนักมวยปล้ำ                เมื่อมีโอกาสกลับมาปล้ำอีกครั้ง รวมทั้งกลายเป็นผู้ชนะในทัวร์นามเนต์คิงออฟเดอะริงทำให้เจ้าตัวได้เปลี่ยนชื่อเป็นคิงบาร์เรตแต่กลับไม่ประสบความสำเร็จเหมือนอย่างเคย จนกระทั่งเจ้าตัวหมดไฟกับวงการมวยปล้ำและไม่กลับมาขึ้นสังเวียนอีกเลย เหลือไว้เพียงสถิติแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัล 5 สมัยที่เคยทำได้นั่นเอง ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป

เทคโอเวอร์ ที่มีนักพากย์ทั้งวิค เซฟและอดีตแชมป์หญิงอย่างเบธ ฟีนิกซ์

ข่าวกีฬาล่าสุดด้วยภาวะโควิดที่ส่งผลกระทบกับสมาคมเวิลด์เรสลิ่งเป็นอย่างมาก จนทำให้ผู้บรรยายหลายท่านไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างปกติ อย่างเช่นในรายการเอนเอกซ์ที เทคโอเวอร์ ที่มีนักพากย์ทั้งวิค เซฟและอดีตแชมป์หญิงอย่างเบธ ฟีนิกซ์ รวมทั้งอดีตแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัล 5 สมัยเวด บาร์เรตที่ให้เสียงอยู่ตลอดสามชั่วโมง แต่ทว่ากลับไม่มีการฉายภาพให้เห็นอดีตนักมวยปล้ำชื่อดังทั้งสองเลย                สำหรับรายการที่ผู้บรรยายทั้งสองหายไปจากจอนั้นก็คือเอนเอกซ์ที เทคโอเวอร์ ครั้งที่ 31 ซึ่งจัดขึ้นในสนามแคปิตอลเรสลิ่งเซนเตอร์ที่เพิ่งเปลี่ยนโฉมใหม่ได้ไม่นาน โดยช่วงเริ่มตั้นรายการนั้นก็มีแต่วิค โจเซฟที่นั่งพากย์อยู่ข้างสนามตลอดเวลา ส่วนสองคนที่เหลือนั้นกลับมีเพียงภาพฉายอยู่ไกลๆ ซึ่งต่อมาจะมีการเปิดเผยว่ามีการใช้นักมวยปล้ำคนอื่นมาปลอมนั่งอยู่ข้างเวทีเพื่อให้คนดูทางบ้านเข้าใจว่าเป็นบาร์เรตและฟีนิกซ์อีกด้วย                สาเหตุที่ทั้งสองคนต้องหายไปก็เพราะว่าการเดินทางมาเป็นผู้บรรยายแต่ละครั้งนั้น พวกเขาจะต้องกลับไปถูกกักตัวถึง 14 วันนั่นเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าเสียเวลาและถ้าหากไม่กักตัวทั้งสองคนก็มีสิทธิที่จะแพร่เชื้อโควิดออกไปได้ หากพวกเขาเกิดติดเชื้อขึ้นมานั่นเอง ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ทางเวด บาร์เรตและเบธ ฟีนิกซ์ได้นั่งบรรยายรายการเทคโอเวอร์จากบ้านของตัวเองและทางสมาคมต้องใช้นักมวยปล้ำคนอื่นมานั่งอยู่ที่โต๊ะข้างเวทีแทน                เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ที่ผู้บรรยายทั้งสองคนไม่ยอมมาปรากฏตัวที่สนามแคปิตอลเรสลิ่งเซนเตอร์เพราะการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 นั้นยังมีอยู่มากในรัฐฟลอริด้านั่นเอง ซึ่งทางสมาคมก็ยังไม่เปิดโอกาสให้แฟนมวยปล้ำมาเข้าชมด้วยเหตุผลเดียวกัน โดยปัจจุบันพวกเขายังใช้นักมวยปล้ำฝึกหัดมาทำหน้าที่แทนแฟนๆ อีกด้วย

อีซีทรี อดีตแชมป์โลกจากค่ายอิมแพคเรสลิ่งที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาจากสมาคมยักษ์ใหญ่

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้เรียกได้ว่าเป็นเนื้อเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับนักมวยปล้ำที่ชื่อว่า อีซีทรี อดีตแชมป์โลกจากค่ายอิมแพคเรสลิ่งที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาจากสมาคมยักษ์ใหญ่อย่างเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์ และได้ไปปรากฏตัวในสมาคมต่างๆ ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาจนแฟนๆ ไม่อาจคาดเดาได้ว่าสุดท้ายเป้าหมายของเจ้าตัวจะเป็นที่ไหน เขาจะกลับมาประสบความสำเร็จได้เหมือนกับตอนอยู่อิมแพคหรือไม่นั่นเอง                สำหรับ อีซีทรี นั่นได้สร้างชื่อเสียงของตัวเองมาในสมาคมอิมแพคเรสลิ่งที่รับบทเป็นทายาทรุ่นที่สามของตระกูลคาร์เตอร์ ในชื่อว่าอีธาน ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มเปิดศึกกับตำนานอย่างสติงและอดีตแชมป์โลกอย่างบูลลี่ เรย์และสามารถเอาชนะมาได้ตลอด จนกระทั่งมีโอกาสชิงแชมป์โลกกับเคิร์ท แองเกิ้ลในปี 2015 กลายเป็นแชมป์สมัยแรกของเจ้าตัว ก่อนที่ต่อมาเขาจะสามารถคว้าแชมป์แกรนด์ได้ในปี 2017 และตัดสินใจลาออกจากสมาคมในปี 2018                จนกระทั่งในปี 2019 ที่ทางอีซีทรีได้มีโอกาสได้กลับมาสู่สมาคมที่เขาเคยฝึกมวยปล้ำสมัยยังเป็นวัยรุ่น แต่ทว่าหลังจากเปิดในแมตช์ชิงแชมป์ทวีปอเมริกันเหนือแบบกติกาไต่บันไดที่จบลงด้วยการพ่ายแพ้ของเจ้าตัว อดีตแชมป์โลกคนนี้ก็ไม่มีบทบาทและความสำเร็จใดๆ ตลอดหนึ่งปีที่เขาอยู่กับสมาคม ก่อนจะโดนปล่อยตัวออกไปช่วงเดือนเมษายยและกลับไปสู่ค่ายอิมแพตเรสลิ่งอีกครั้ง อีซีทรี ได้มีโอกาสได้กลับมาสู่สมาคม                หลังจากที่อีซีทรีกลับมาสู่สมาคมเจ้าตัวก็มีเรื่องราวกับมูสผู้เป็นเจ้าของเข็มขัดอิมแพคทันที แต่ทว่าด้วยคำพูดของเขาที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง เจ้าตัวเลยไปปรากฏตัวที่สมาคมอื่นอย่างริงออฟออเนอร์ด้วย ซึ่งแฟนมวยปล้ำไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขามีเป้าหมายอะไรแน่กับปี 2020 นี้

คริส เบนวา กับ เควิน ซูลลิแวน ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวของพวกเขา

ข่าวกีฬาล่าสุดในช่วงปี 1997 นั้นในค่ายเวิลด์แชมป์เปี้ยนชิพเรสลิ่งนั้นมีเรื่องราวที่ดุเดือดอย่างมากระหว่าง คริส เบนวา กับเควิน ซูลลิแวนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวของพวกเขา ซึ่งมีภรรยาของเควินในชีวิตจริงมามีส่วนร่วมด้วย โดยเป็นทางซูลิแวนที่เป็นคนเขียนเนื้อเรื่องนี้เองกับมือให้ทั้งสองคนนั้นมีโอกาสใกล้ชิดกันจนเลยเถิดและทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับภรรยาต้องพังลงอย่างไม่คาดคิดเลยทีเดียว                จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้นั้นเกิดขึ้นจากไบรอัน พิลล์แมนที่เป็นเพื่อนร่วมทีมของ คริส เบนวา แต่ทว่าเจ้าตัวกลับลาออกไปจากสมาคมเสียก่อน จนทำให้นักมวยปล้ำชาวแคนาดาต้องมาต่อบทกับซูลลิแวนแทน ซึ่งทางนักเขียนบทของค่ายก็ได้วางเนื้อเรื่องให้ภรรยาทิ้งเขาไปอยู่กับคู่กรณีแทนและด้วยเหตุนี้เองทำให้ทั้งสองคนต้องเดินทางและอาศัยอยู่ด้วยกันบ่อยๆ เพื่อความสมจริงตามบทบาทนั่นเอง                แต่ทว่าเพื่อความสมจริงนี่เองทำให้ทางคริส เบนวากับแนนซี่หรือวูแมนตามชื่อในวงการได้เกิดรักกันขึ้นมาจริงๆ ในชีวิตส่วนตัว ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง เจ้าตัวต้องขึ้นปล้ำกับสามีของเธอไปอีกหลายเดือนในสมาคมด้วย จนกระทั่งทั้งสองมีแมตช์ร่วมกันในรายการแบชแอตเดอะบีชที่มีอาชีพของทั้งคู่เป็นเดิมพัน โดยเป็นทางนักเขียนบทอย่างซูลลิแวนที่แพ้ไปหลังจากโดนเล่นงานด้วยท่าเฮดบัตต์                หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทางเบนวาก็เริ่มประสบความสำเร็จในวงการมากขึ้นพร้อมกับแต่งงานกับแนนซี่ในเวลาต่อมา ส่วนทางเควิน ซูลลิแวนนั้นก็กลายเป็นนักเขียนบทอย่างเต็มตัว แม้ว่าในชีวิตส่วนตัวของเขาจะต้องเลิกกับภรรยาก็ตาม แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของเขาทำให้ทั้งสองยังร่วมงานกันได้อยู่จนถึงปี 2000 ก่อนที่นักมวยปล้ำชาวแคนาดาจะยังไม่ไว้ใจซูลลิแวนที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าและขอลาออกไปเองในที่สุด ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป

นิวเจแปน กับการการลาออกของประธานอย่างฮาโรลด์ เมย์จ

นับว่าเป็นข่าวกีฬาล่าสุดที่สร้างความตกใจให้แฟนๆ มวยปล้ำของค่าย นิวเจแปน เลยทีเดียว สำหรับการลาออกจากประธานอย่างฮาโรลด์ เมย์จที่ได้รับตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2018 พร้อมกับเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น แต่ทว่าจากการลาออกของนักมวยปล้ำระดับสูงไปให้กับค่ายเออีดับเบิ้ลยู รวมทั้งการสูญเสียช่องโทรทัศน์เพื่อออกอากาศในประเทศสหรัฐอเมริกาทำให้เจ้าตัวต้องรับผิดชอบในที่สุด                สำหรับเหตุผลหลักที่สมาคม นิวเจแปน ต้องกดดันให้เมย์จลาออกนั้นก็เพราะเรื่องผลกำไรที่เขาไม่สามารถทำให้สมาคมได้มากถึง 200 ล้านดอลลาร์ตามที่เคยรับคำไว้ อีกทั้งยังไม่ยอมร่วมงานกับสมาคมอิมแพคเรสลิ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของสถานีเอเอนซ์เอสที่ค่ายญี่ปุ่นได้ฉายอยู่จนโดนปลดออกจากสถานีพร้อมสูญเสียเงินไปหลายล้านเหรียญเลยทีเดียว นับว่าเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจที่ผิดพลาดอย่างมาก                นอกจากนี้การสูญเสียนักมวยปล้ำระดับสูงมากมายของนิวเจแปนไปให้กับสมาคมเออีดับเบิ้ลยูนั้น ยิ่งทำให้ความน่าสนใจของรายการลดลงไปอย่างมากจนทางเมยจ์ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นเคนนี่ โอเมก้าอดีตแชมป์โลกไอดับเบิ้ลยูจีพีของค่าย รวมถึงโคดี้และยัง บัคส์ที่ลาออกไปพร้อมกัน อีกทั้งอดีตแชมป์สหรัฐอเมริกาอย่างแลนซ์ อาเชอร์ที่ย้ายกลับไปประเทศบ้านเกิดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา                ด้วยเหตุนี้เองทำให้ประธานสมาคมนิวเจแปนชาวดัตช์คนนี้ต้องลาออกไปในที่สุด ก่อนที่จะได้ทาคามิ โอบาริมารับตำแหน่งแทน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เองอาจะทำให้แฟนมวยปล้ำอาจได้เห็นการร่วมกันของค่ายอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นกับค่ายมาแรงอย่างเออีดับเบิ้ลยูเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 นั่นเอง

รายการพาวเวอร์ ซึ่งเป็นมวยปล้ำในสตูดิโอเหมือนในอดีตช่วงที่เอนดับเบิ้ลยูเอยังรุ่งเรือง

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้พาย้อนกลับไปถึง 40 ปีก่อน สมาคมมวยปล้ำชั้นนำของสหรัฐอเมริกาที่แฟนๆ รุ่นเก๋านึกถึงต้องเป็นค่ายเนชั่นนัลเรสลิ่งแอลไลแอนซ์ที่สร้างชื่อนักมวยปล้ำมากมายไม่ว่าจะเป็นเดอะเนเจอร์บอยริค แฟลร์หรือดิอเมริกัน ดรีมดัสตี้ โรดส์ ที่เคยเป็นแชมป์โลกของสมาคมมาแล้ว จนกระทั่งในปัจจุบันที่พวกเขามี รายการพาวเวอร์ ซึ่งเป็นมวยปล้ำในสตูดิโอเหมือนในอดีตช่วงที่เอนดับเบิ้ลยูเอยังรุ่งเรืองอยู่นั่นเอง                สำหรับ รายการพาวเวอร์ หรือ Powerrr ตามที่ขึ้นบนโทรทัศน์นั้นได้ออกฉายครั้งแรกในปี 2019 โดยเป็นโครงการของบิลลี่ คอร์แกนประธานสมาคมเอ็นดับเบิ้ลยูเอคนปัจจุบันที่ต้องการนำรูปแบบรายการมวยปล้ำในสตูดิโอกลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้งนักมวยปล้ำมีชื่อเสียงมากมายมาร่วมงานด้วยไม่ว่าจะเป็นแชมป์โลกอย่างนิก อัลดิสหรือจะเห็นอดีตแชมป์เนชั่นนัลอย่างเจมส์ สตรอมนั่นเอง                แม้ว่ากระแสตอบรับของรายการพาวเวอร์จะเต็มไปด้วยคำชมก็ตาม แต่ทว่าหลังจากที่ซีซั่นที่สามของรายการจบไปนั้น ทั่วโลกก็ต้องเผชิญกับไวรัสโควิด-19 จนทำให้การบันทึกเทปต้องถูกพักไปชั่วคราว ซึ่งนักมวยปล้ำของเอ็นดับเบิ้ลยูเอหลายคนก็ได้ย้ายไปร่วมงานกับค่ายอื่นๆ แทน จนกระทั่งในปลายเดือนกันยายนที่ทางคอร์แกนได้ออกมาชี้แจงว่าพวกเขาจะยังไม่ยุติรายการนี้รวมทั้งจะกลับมาบันทึกเทปใหม่แม้ว่าจะไม่มีคนดูในสนามตามข้อบังคับของรัฐ                อย่างไรก็ตามนี่คือข่าวดีของแฟนมวยปล้ำที่มีโอกาสได้ชมรายการพาวเวอร์อีกครั้ง หลังจากที่เนื้อเรื่องกำลังเล่าอย่างเข้มข้นในซีซั่นที่ผ่านมา รวมทั้งการชิงแชมป์โลกระหว่างนิก อัลดิสกับมาร์ตี้ สเกิลล์สองนักมวยปล้ำชาวอังกฤษที่ฝ่ายหลังยังไม่เคยประสบความสำเร็จมาก่อนเลยอีกด้วย

เบคกี้ ลินช์ ได้เปิดตัวกับสมาคมในรายการเอนเอกซ์ทีพร้อมๆ กับเพื่อนอีกสี่คน

ข่าวกีฬาล่าสุดในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมาของ เบคกี้ ลินช์ นั้นถือว่าเป็นจุดสูงสุดของชีวิต หลังจากที่เธอสามารถคว้าแชมป์ของสแมคดาวน์และรอว์มาครองได้พร้อมกันในรายการเรสเซิ่ลมาเนีย ซึ่งเป็นโชว์ที่ใหญ่ที่สุดของสมาคมเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์ แต่ทว่าหลังจากที่เธอครองแชมป์มายาวนานเกินหนึ่งปี อดีตแชมป์สามสมัยก็ต้องพักการปล้ำไปอย่างไม่มีทางเลือกเมื่อสาวจากไอร์แลนด์ได้ตั้งท้องกับคู่หมั้นอย่างเซธ โรลินส์นั่นเอง                นับตั้งแต่ เบคกี้ ลินช์ ได้เปิดตัวกับสมาคมในรายการเอนเอกซ์ทีพร้อมๆ กับเพื่อนอีกสี่คนอย่างซาช่า แบงส์, เบย์ลี่ย์และชาล็อต แฟลร์ก่อนที่เพื่อนทั้งสามคนจะสามารถคว้าแชมป์หญิงของรายการได้ ขณะที่เบคกี้กลับไม่เคยประสบความสำเร้จอะไรเลยจนกระทั่งได้ย้ายไปอยู่ในรายการสแมคดาวน์ ก่อนจะกลายเป็นแชมป์คนแรกของค่ายได้ในที่สุด แต่ทว่าจุดสูงสุดของเธอกลับมีระยะสั้น เนื่องจากบทบาทที่จืดชืดของเธอทำให้ต้องเสียแชมป์ไปให้อเล็กซ่า บลิสหลังจากครองเข็มขัดได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น                จากนั้นไม่นานเบคกี้ก็กลายเป็นนักมวยปล้ำธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเธอได้โอกาสชิงแชมป์หญิงสแมคดาวน์อีกครั้ง ก่อนที่จะแพ้ให้กับเพื่อนอย่างชาล็อตไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่เธอจะตัดสินใจหักหลังเพื่อนคนนี้พร้อมพลิกบทบาทเป็นเดอะแมนจนแฟนๆ กลับมาสนใจเธออีกครั้ง จากนั้นไม่นานทางอดีตแชมป์หญิงสองสมัยก็มีโอกาสเจอกับชาล็อตและรอนด้า ราวซีย์ในกติกาสามเส้าเพื่อชิงแชมป์โลกทั้งสองเส้น ก่อนจะเป็นเบคกี้ที่เอาชนะไปได้ในคู่เอกของค่ำคืนนั้น                หลังจากที่เบคกี้อยู่บนจุดสูงสุดในวงการได้ยาวนานกว่าหนึ่งปี ทางแชมป์หญิงของค่ายรอว์ก็ได้ถือกระเป๋ามันนี่อินเดอะแบงค์มาพร้อมกับเข็มขัดของเธออยู่ข้างใน ก่อนจะยกแชมป์ให้แก่อาสุกะเจ้าของกระเป๋าในปี 2020 เนื่องจากเธอได้ตั้งท้องและต้องพักการปล้ำเพื่อเป็นคุณแม่ ซึ่งมีกำหนดคลอดในช่วงปลายปีนี้น โดยแฟนๆ ยังคงรอการกลับมาของเดอะแมนคนนี้อยู่เสมอแม้เธอจะต้องหายหน้าไปหลายเดือนก็ตาม ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป