โอเว่น ฮาร์ท ที่เสียชีวิตในรายการมวยปล้ำถ่ายทอดสดปี 1999

หากพูดถึงอุบัติเหตุในโลกมวยปล้ำ หลายคนก็คงจะเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องปกติของกีฬาต่อสู้อยู่แล้วที่จะต้องมีคนได้รับบาดเจ็บอยู่เสมอ แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับ โอเว่น ฮาร์ท น่าจะเป็นสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดครั้งหนึ่งของวงการเลยทีเดียว เมื่อนักมวยปล้ำระดับสูงและเคยเป็นถึงแชมป์ราชันย์ของสังเวียนกับอินเตอร์คอนทิเนนทัลจะต้องมาเจอกับจุดจบของชีวิตอย่างน่าเศร้าในรายการโอเวอร์ดิเอดจ์ปี 1999 จากการเปิดตัวที่ทางสมาคมต้องการให้ดูตลก แต่ต้องมาจบลงด้วยการเสียชีวิตของโอเวนแทน ก่อนที่จะมีการฟ้องร้องจากภรรยาอย่างมาร์ธ่าในเวลาต่อมา                ในรายการโอเวอร์ดิเอดจ์ปี 1999 เป็นช่วงเวลาที่นักมวยปล้ำมากความสามารถอย่าง โอเว่น ฮาร์ท ที่สวมบทบาทเป็นเดอะบลูเบลเซอร์กำลังจะมีโอกาสคว้าแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัลอีกครั้งเพราะจะได้สู้กับเจ้าของตำแหน่งอย่างเดอะก็อดฟาเธอร์ แต่ทว่าในรายการนั้นทางทีมเขียนบทกำลังต้องการความแปลกใหม่ให้กับโชว์ของตัวเองเลยเลือกที่จะให้โอเว่นเปิดตัวด้วยการโหดสลิงลงมาจากเพดานของสนามอีกครั้ง หลังจากที่ตัวเองเคยทำมาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ทว่าพวกเขาต้องการเพิ่มกลไกให้ดูตลกมากขึ้นด้วยการสามารถปลดตะขอออกจากตัวโอเว่นได้ทันทีเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เมื่อตอนที่ โอเว่น ฮาร์ท พยายามโรยตัวลงมานั่น ตะขอก็เกิดทำงาน                ปัญหาก็คือจากเดิมที่การโหนสลิงที่ควรจะปลอดภัยเพราะระบบป้องกันอุบัติเหตุมันจะทำให้มีสายคล้องตัวของนักมวยปล้ำเต็มไปหมดนั่นเอง แต่ทว่าเมื่อสมาคมเลือกที่จะใช้ตะขอผูกเรือที่สามารถปลดได้ด้วยการใช้นิ้วเกี่ยวเท่านั้นก็กลายเป็นดาบสองคม เมื่อตอนที่โอเว่น ฮาร์ทพยายามโรยตัวลงมานั่น ตะขอก็เกิดทำงานโดยไม่ได้ตั้งใจและทำให้เขาตกลงมาจากเพดานสนามที่มีความสูงกว่า 24 เมตรและกระแทกกับเชือกบนเวทีเข้าอย่างจัง ก่อนที่จะตกเข้าไปสู่บนเวทีซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทางทีมแพทย์ก็ได้พยายามเข้ามายื้อชีวิตของเขาไว้ แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็เสียชีวิตในระหว่างส่งตัวไปที่โรงพยาบาลด้วยวัย 34 ปีเท่านั้น                สิ่งที่ตามมาของเหตุการณ์นี้ก็คือทางสมาคมดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูเอฟก็ได้จัดรายการรำลึกถึง นักมวยปล้ำ คนนี้ในคืนต่อมา ส่วนทางด้านภรรยาอย่างมาร์ธ่าก็ได้ฟ้องร้องค่าเสียหายต่อสมาคมอยู่หลายครั้งจากการใช้ชื่อของโอเว่น ฮาร์ทหลังการเสียชีวิตและนำไปสู่การสร้างสถาบันเพื่อระลึกถึงสามีในเวลาต่อมานั่นเอง ห้ามพลาดข่าวกีฬาสุดมันส์กับเราที่ ข่าวกีฬาล่าสุด และอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่ห้ามพลาดเพราะมีเกมกีฬาให้ได้ร่วมเล่นมากมายที่เว็บไซต์ สล็อตเกมไหนดีโบนัสแตกบ่อย ฝากง่าย ถอนไว ไว้ใจได้แน่นอน

คริส เจอริโก้ จะเป็นนักมวยปล้ำที่รับความนิยมอยู่ตลอดเวลา

แม้ว่าทาง คริส เจอริโก้ จะเป็นนักมวยปล้ำที่รับความนิยมอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะรับบทเป็นธรรมะหรือฝ่ายอธรรมก็ตาม แต่ทว่าเจ้าตัวได้เปิดเผยว่าครั้งหนึ่งเขาได้ขอให้สมาคมหยุดจำหน่ายสินค้าที่มีคำพูดของเขาไปทำเป็นเสื้อเพื่อขายแฟนๆ โดยเด็ดขาด ซึ่งเหตุผลก็เขาก็เป็นเพราะว่าตัวเองเป็นผู้ร้ายบนเวทีนั่นเอง จนรู้ว่าไม่ควรมีแฟนมวยปล้ำหลายคนมาเลียนแบบเขาเพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                ย้อนกลับไปในปี 2016 นั้น เป็นช่วงเวลาที่ คริส เจอริโก้ ได้รับความนิยมอย่างมาก จากบทบาทที่เขาใช้รายชื่อหรือเดอะลิสต์เพื่อสร้างความหงุดหงิดให้กับผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นการใส่ชื่อคนที่เขาไม่ชอบหรือแฟนที่มาชมในสนาม อีกทั้งการด่าคนอื่นว่าเป็นไอ้โง่เง่าจนทำให้คนดูเริ่มชื่นชอบและขอร้องให้สมาคมทำเสื้อที่มีคำพูดเหล่านั้นออกมาจำหน่าย แต่ทว่าคริสกลับเลือกที่จะไม่ทำตามที่หลายคนเรียกร้อง                สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คริส เจอริโก้ที่กำลังเป็นฝ่ายอธรรมคู่กับเควิน โอเวนนั้นไม่ทำเสื้อออกมาก็เพราะว่าเขาไม่ต้องการเห็นแฟนๆ ใส่เสื้อที่มีคำพูดเหล่านั้นเพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องตลก ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นคำด่าที่คนไม่ชอบนั่นเอง รวมถึงการที่เขายังคงต้องการอนุรักษ์ความคลาสสิกของวงการต่อไปจนทำให้ไม่ต้องการคำพูดที่คนดูควรจะโห่ใส่มาชื่นชอบจนทำให้ไม่เกิดสินค้าใหม่ๆ ของคริสเลยนั่นเอง คริส เจอริโก้ ที่กำลังเป็นฝ่ายอธรรมคู่กับ เควิน โอเวน                แม้ว่าทางคริส เจอริโก้จะไม่ได้ผลิตเสื้ออะไรออกมาในฐานะฝ่ายอธรรมในเวลานั้นก็ตาม แต่ในปี 2019 ถึงปัจจุบันนั้นเขาก็ได้เปิดตัวกับสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งพร้อมกับสร้างกลุ่มอินเนอร์เซอร์เคิลที่ได้รับความนิยมอย่างมากจนเขาต้องยอมทำสินค้าออกมาและมีแฟนคอยติดตามอย่างมากมายอีกด้วย

ไคลี เรย์ นักมวยปล้ำที่ประกาศลาสังเวียนอีกครั้งหลังจากที่ต้องประสบปัญหา

ข่าวกีฬาล่าสุดตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าเศร้าอีกครั้งของวงการมวยปล้ำ เมื่อทาง ไคลี เรย์ นักมวยปล้ำสาวมากความสามารถที่ต้องลาออกจากสมาคมอิมแพคเรสลิ่งและวงการมวยปล้ำไปอีกครั้ง หลังจากที่เธอต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าอยู่เสมอนับตั้งแต่ขอลาออกจากสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งไปเมื่อปีก่อน จนกระทั่งรักษาตัวจนหายเพื่อกลับมาสู่ค่ายใหม่ในปี 2019 แต่ทว่าโรคตัวร้ายนี้อาจทำให้เธอไม่มีโอกาสขึ้นปล้ำอีก                ทางอาชีพนักมวยปล้ำของ ไคลี เรย์ นั้นได้เปิดตัวตั้งแต่ปี 2016 ก่อนที่เธอจะมีโอกาสได้ขึ้นปล้ำในสมาคมน้องใหม่มาแรงอย่างออลอีลีทเรสลิ่ง พร้อมได้ขึ้นปล้ำในรายการแรกของค่ายอย่างดับเบิ้ลออลนอทธิงอีกด้วย แต่ทว่าหลังจากที่มีการประกบคู่ระหว่างเรย์กับเลว่า เบทส์นั้น เธอก็ตัดสินใจลาออกจากสมาคมไปแบบไม่มีใครคาดคิด จนกระทั่งในปลายปี 2019 นั้นเธอก็ได้กลับมาขึ้นปล้ำอีกครั้ง                เมื่อไคลี เรย์ได้ย้ายมาอยู่ในสมาคมอิมแพคเรสลิ่งนั้น เธอก็กลายเป็นนักมวยปล้ำระดับสูงของสมาคมทันที พร้อมกับมีบทบาทจะได้ชิงแชมป์หญิงเจอกับดีโอน่า พูราชโซ่ในรายการบาวด์ฟอร์กลอรี่ปี 2020 อีกด้วย แต่ทว่าเธอไม่ได้ขึ้นปล้ำในค่ำคืนนั้น ก่อนจะมีคำประกาศของเธอว่า เจ้าตัวจะไม่ขอเรียกตัวเองว่าเป็นนักมวยปล้ำอีกแล้ว รวมทั้งจะขอพักการเล่นสังคมออนไลน์ไปชั่วคราวอีกด้วย ไคลี เรย์ ได้ย้ายมาอยู่ในสมาคมอิมแพคเรสลิ่ง                นับว่าเป็นที่น่าเสียดาย เมื่อช่วงเวลาที่ไคลี เรย์กำลังจะก้าวเข้าสู่ความสำเร็จในระดับโลกทั้งสองครั้งในสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งกับอิมแพคเรสลิ่ง แต่เธอก็ต้องเข้าพักรักษาตัวอีกครั้ง โดยแฟนมวยปล้ำคงได้แต่คาดหวังว่าเธอจะรักษาตัวจนหายและพร้อมกลับขึ้นปล้ำอีกครั้งหรือให้เธอเดินไปตามทางของตัวเองและประสบความสำเร็จในอนาคตนั่นเอง

แมตต์ บลูม นักมวยปล้ำสามบทบาทที่ไม่ประสบความสำเร็จ

ข่าวกีฬาล่าสุดพูดถึงชื่อขอ แมตต์ บลูม ที่เป็นผู้ฝึกสอนของศูนย์ฝึกมวยปล้ำอาจไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่นัก แต่หากเอ่ยชื่อว่าอัลเบิร์ตอาจทำให้แฟนมวยปล้ำยุคปลาย 90 พอจะรู้จักกันบ้าง สำหรับอดีตแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัลหนึ่งสมัยที่เป็นที่คุ้นหน้าสำหรับแฟนมวยปล้ำเจนวายนั่น เจ้าตัวถือเป็นคนที่เปลี่ยนบทบาทหลักๆ ถึงสามครั้งในสมาคมเดียว แม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะไม่ประสบความสำเร็จไปมากกว่าแชมป์เส้นรองก็ตาม                สำหรับบทบาทแรกของ แมตต์ บลูม นั้นก็คือช่างเจาะตัวที่ชื่อพรินซ์อัลเบิร์ตที่มจับคู่กับดรอซนักมวยปล้ำดาวรุ่ง แต่ทว่าหลังจากอาการบาดเจ็บของดรอซแล้ว ทางบลูมก็ได้เปลี่ยนไปจับคู่กับเทสต์นักมวยปล้ำร่างใหญ่อีกคนแทน แม้ว่าในการปล้ำแทคทีมจะทำให้เขาไม่ได้แชมป์อะไรติดมือมา แต่ทว่าในปี 2001 นั้นเจ้าตัวก็ไปถึงจุดสูงสุดในอาชีพจนได้เมื่อเขาสามารถเอาชนะเคนและคว้าแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัลไปได้จากการช่วยเหลือของดีดีพีนั่นเอง                หลังจากการเป็นอัลเบิร์ตเริ่มจืดจาง บลูมเลยตัดสินใจเปลี่ยนบทบาทอีกครั้งเป็นเอเทรนจากการคำแนะนำของพอล เฮย์แมน ก่อนที่เอเทรนจะกลายเป็นนักมวยปล้ำจอมโหดที่แมตช์สนุกกับคริส เบนวา แต่ทว่าเขาเกิดอาการบาดเจ็บที่ที่หัวไหล่จนต้องพักการปล้ำและถูกปล่อยตัวออกจากสมาคม จนกระทั่งในปี 2012 ที่เขากลับมาอีกครั้งในฐานะนักมวยปล้ำเชื้อสายญี่ปุ่นอย่างลอร์ดเทนไซ แต่ทว่าคนดูกลับจำภาพลักษณ์สมัยปี 2001 ได้จนทำให้เขาไม่ได้แจ้งเกิดอีกครั้ง แมตต์ บลูม นั้นก็คือช่างเจาะตัวที่ชื่อพรินซ์อัลเบิร์ต                น่าเสียดายที่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของอัลเบิร์ตเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นในฐานะไจแอนด์ เบอร์นาร์ด แต่ทว่าทั้งสามบทบาทในสมาคมเวิล์ดเรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์กลับไม่ได้ช่วยให้เขาไปจนถึงแชมป์โลกได้ แม้ว่าครั้งหนึ่งจะเอาชนะจอห์น ซีน่าพระเอกของค่ายในเวลานั้นก็ตาม โดยปัจจุบันอดีตแชมป์อินเตอร์คนนี้ก็มีหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนนักมวยปล้ำใหม่ในสมาคมนั่นเอง

คิงฮาคุ นักมวยปล้ำผู้แข็งแกร่งเนื่องจากตลอดอาชีพของเขาก็มีความสำเร็จ

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้ขอเสนอชื่อของ คิงฮาคุ นั้นอาจจะไม่ได้โด่งดังมากมายสำหรับแฟนมวยปล้ำเท่าไหร่นัก เนื่องจากตลอดอาชีพของเขาก็มีความสำเร็จเพียงแต่อดีตแชมป์ฮาร์ดคอร์และแชมป์แทคทีมของสมาคมใหญ่เท่านั้น แต่ทว่าชื่อเสียงของเขากลับเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากวีรกรรมของเขาที่มักถูดพูดถึงในฐานะนักมวยปล้ำที่แข็งแกร่งและความสามารถในการต่อสู้ในชีวิตจริงทุกครั้งที่เขามีเรื่องกับคนนอกสังเวียนนั่นเอง                วีรกรรมแรกที่ผู้คนพูดถึง คิงฮาคุ ก็คือเหตุการณ์ในปี 1989 หลังจากที่พวกเขาเลิกรายการปล้ำแล้ว เป็นทางเจ้าตัวกับซิวา อาฟี่เดินทางไปบาร์แห่งหนึ่งและมีคนไปพูดต่อหน้าเขาว่ามวยปล้ำมันเป็นแค่ของปลอม ก่อนที่ทั้งสองคนจะจัดการชายทั้งสี่ที่มาหาเรื่องเขา พร้อมกับกัดจมูกหนึ่งในนั้นจนขาดพร้อมกับเล่นงานทุกคนที่เหลือจนมีแค่เขากับอาฟี่ที่สามารถเดินออกจากร้านไปได้ด้วยตัวเองในคืนนั้นที่บัลติมอร์                อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ฮาคุถูกยกย่องว่าเป็นชายที่น่ากลัวมากก็คือเรื่องราวที่เควิน ซูลิแวนได้เล่าผ่านรายการของเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์ว่า ครั้งหนึ่งเขากับอดีตแชมป์ฮาร์ดคอร์ได้ไปหาเวลานอกดื่มกันก่อนจะกลับโรงแรม แต่มีคนในบาร์มาหาเรื่องพวกเขา จนทางฮาคุได้เข้าไปบีบคอชายคนนั้นทันที ก่อนที่จะมีอีกคนเข้ามาและโดนอัดจนสลบไป พร้อมกับคนสุดท้ายที่โดนเขากัดจนเนื้อหลังหลุดออกมาเลยทีเดียว วีรกรรมแรกที่ผู้คนพูดถึง คิงฮาคุ ก็คือเหตุการณ์ในปี 1989                ด้วยความโหดของคิงฮาคุนี้เองทำให้ทางอังเดร เดอะ ไจแอนด์ยักษ์ใหญ่สูงกว่า 7 ฟุตยังต้องกลัวเขาเลยทีเดียว แต่ทว่าทางบ็อบบี้ ฮีแนนยังได้ออกมาเปิดเผยว่าจริงๆ แล้วอดีตแชมป์ฮาร์ดคอร์คนนี้เป็นคนอ่อนโยนมากและรักครอบครัวมากกว่าสิ่งอื่นๆ แต่เขาก็ต้องรักษาวงการมวยปล้ำไว้ด้วยอีกเช่นกัน

นักมวยปล้ำหญิง ธันเดอร์ โรซ่ากับโชคชะตาในวงการมวยปล้ำ

นับว่าเป็น นักมวยปล้ำหญิง ที่กำลังมาแรงในวงการ สำหรับธันเดอร์ โรซ่านั้นที่ครองแชมป์หญิงเอนดับเบิ้ลยูเออยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาสัมภาษณ์ถึงอาชีพของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตัวละครโคบรา มูนจากรายการลูช่าอันเดอร์กราว์ที่เธอไม่ชอบนัก รวมถึงสัญญาต่างๆ ของรายการที่ผูกมัดนักมวยปล้ำมากจนเกินไปจนทำให้เธอไม่มีโอกาสได้ย้ายไปสู่ค่ายใหญ่อย่างเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์นั่นเองติดตามต่อได้ในข่าวกีฬาล่าสุด                ในช่วงเวลาสี่ปีที่โรซ่าได้เปิดตัวกับลูช่า อันเดอร์กราวด์ในซีซั่นที่สองนั้น เธอได้รับบทบาทโคบรา มูน นักมวยปล้ำหญิง ซึ่งเป็นผู้นำของเผ่าสัตว์เลื้อยคลานในเนื้อเรื่อง โดยตัวละครของเธอจะเป็นเสมือนนางพญางูเห่าที่เจ้าตัวเสียดายที่ไม่อาจจะแสดงตัวตนที่แท้จริงเพราะต้องอยู่ภายใต้หน้ากากแบบนักมวยปล้ำเม็กซิกันนั่นเอง รวมถึงสัญญาจ้างที่ทำให้โรซ่าไม่มีโอกาสไปปล้ำที่อื่นมากนักและเกือบต้องลาออกจากวงการเลยทีเดียว                แม้ว่ารายการลูช่า อันเดอร์กราวด์จะถูกปิดตัวไปก็ตาม แต่นักมวยปล้ำหญิงจากติฮัวร์น่าก็ได้พลิกบทบาทมาเป็นธันเดอร์ โรซ่าอีกครั้งในปี 2018 ก่อนจะทำผลงานได้ดีในสมาคมริงออฟออเนอร์ จนกระทั่งย้ายมาสู่เอนดับเบิ้ลยูเอและสามารถคว้าแชมป์หญิงของค่ายมาได้ในรายการฮาร์ดไทม์ปี 2020 รวมทั้งไปปรากฏตัวในค่ายระดับโลกกับเออีดับเบิ้ลยูคู่แข่งคนสำคัญของเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์อีกด้วย นักมวยปล้ำหญิง จากติฮัวร์น่าก็ได้พลิกบทบาทมาเป็นธันเดอร์ โรซ่า                แม้ว่าโรซ่าจะเป็นนักมวยปล้ำหญิงมากความสามารถก็ตาม แต่เธอได้เปิดเผยว่าทางค่ายยักษ์ใหญ่อย่างเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์นี้เคยทาบทามเจ้าตัวให้ไปเป็นกรรมการในสมาคม ทว่าโรซ่าได้ปฏิเสธไปเพราะต้องการไปเป็นนักสู้ศิลปะป้องกันตัวมากกว่า จนกระทั่งเธอได้โอกาสโชว์ฝีมือและอยู่บนจุดสูงสุดของอาชีพในที่สุด ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป

รายการพาวเวอร์ ซึ่งเป็นมวยปล้ำในสตูดิโอเหมือนในอดีตช่วงที่เอนดับเบิ้ลยูเอยังรุ่งเรือง

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้พาย้อนกลับไปถึง 40 ปีก่อน สมาคมมวยปล้ำชั้นนำของสหรัฐอเมริกาที่แฟนๆ รุ่นเก๋านึกถึงต้องเป็นค่ายเนชั่นนัลเรสลิ่งแอลไลแอนซ์ที่สร้างชื่อนักมวยปล้ำมากมายไม่ว่าจะเป็นเดอะเนเจอร์บอยริค แฟลร์หรือดิอเมริกัน ดรีมดัสตี้ โรดส์ ที่เคยเป็นแชมป์โลกของสมาคมมาแล้ว จนกระทั่งในปัจจุบันที่พวกเขามี รายการพาวเวอร์ ซึ่งเป็นมวยปล้ำในสตูดิโอเหมือนในอดีตช่วงที่เอนดับเบิ้ลยูเอยังรุ่งเรืองอยู่นั่นเอง                สำหรับ รายการพาวเวอร์ หรือ Powerrr ตามที่ขึ้นบนโทรทัศน์นั้นได้ออกฉายครั้งแรกในปี 2019 โดยเป็นโครงการของบิลลี่ คอร์แกนประธานสมาคมเอ็นดับเบิ้ลยูเอคนปัจจุบันที่ต้องการนำรูปแบบรายการมวยปล้ำในสตูดิโอกลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้งนักมวยปล้ำมีชื่อเสียงมากมายมาร่วมงานด้วยไม่ว่าจะเป็นแชมป์โลกอย่างนิก อัลดิสหรือจะเห็นอดีตแชมป์เนชั่นนัลอย่างเจมส์ สตรอมนั่นเอง                แม้ว่ากระแสตอบรับของรายการพาวเวอร์จะเต็มไปด้วยคำชมก็ตาม แต่ทว่าหลังจากที่ซีซั่นที่สามของรายการจบไปนั้น ทั่วโลกก็ต้องเผชิญกับไวรัสโควิด-19 จนทำให้การบันทึกเทปต้องถูกพักไปชั่วคราว ซึ่งนักมวยปล้ำของเอ็นดับเบิ้ลยูเอหลายคนก็ได้ย้ายไปร่วมงานกับค่ายอื่นๆ แทน จนกระทั่งในปลายเดือนกันยายนที่ทางคอร์แกนได้ออกมาชี้แจงว่าพวกเขาจะยังไม่ยุติรายการนี้รวมทั้งจะกลับมาบันทึกเทปใหม่แม้ว่าจะไม่มีคนดูในสนามตามข้อบังคับของรัฐ                อย่างไรก็ตามนี่คือข่าวดีของแฟนมวยปล้ำที่มีโอกาสได้ชมรายการพาวเวอร์อีกครั้ง หลังจากที่เนื้อเรื่องกำลังเล่าอย่างเข้มข้นในซีซั่นที่ผ่านมา รวมทั้งการชิงแชมป์โลกระหว่างนิก อัลดิสกับมาร์ตี้ สเกิลล์สองนักมวยปล้ำชาวอังกฤษที่ฝ่ายหลังยังไม่เคยประสบความสำเร็จมาก่อนเลยอีกด้วย

นักมวยปล้ำ เหินเวหาในตำนานที่โลดแล่นมากว่า 20 ปีสำหรับชายที่ชื่อว่าร็อบแวนแดม

นับว่าเป็น นักมวยปล้ำ เหินเวหาในตำนานที่โลดแล่นมากว่า 20 ปีสำหรับชายที่ชื่อว่าร็อบแวนแดม อดีตแชมป์โลกของสมาคม WWE และ ECW ที่เคยเป็นตัวชูโรงจากทั้งสองค่ายในยุค 90 และ 2000 จนเป็นที่จดจำของแฟน นักมวยปล้ำ แต่ทว่าหลังจากที่เจ้าตัวมีการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรและต้องย้ายจากค่ายใหญ่ไปสู่ค่ายลำดับกลางอย่างอิมแพคเรสลิ่ง ก่อนจะลาออกไปในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ติดตามในข่าวกีฬาล่าสุด                 ชื่อของร็อบแวนแดมได้แจ้งเกิดในสมาคมเล็กๆ ในเมืองฟิลาเดลเฟียอย่าง ECW ที่นำโดยพอล เมย์แมนเป็นเจ้าของและผู้บริหารของสมาคม ด้วยความสามารถที่ต่างออกไปจากคนอื่นของแวนแดมทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักมวยปล้ำตัวหลักของค่าย ก่อนที่จะมีโอกาสคว้าแชมป์โทรทัศน์ได้นานกว่าสองปี จนกระทั่งวันที่สมาคมต้องถูกปิดตัวไปจากหนี้สินที่เกิดจากความผิดพลาดของเฮย์แมนเองในปี 2001                หลังจากที่ร็อบแวนแดมได้ย้ายมาสู่ WWE เจ้าตัวก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นจนกระทั่งมีโอกาสได้ขึ้นปล้ำชิงแชมป์โลกอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งในปี 2006 ที่นักมวยปล้ำเหินเวหาคนนี้สามารถคว้ากระเป๋ามันนี่อินเดอะแบงค์เพื่อสิทธิการชิงแชมป์ WWE จนกระทั่งเจ้าตัวทำสำเร็จด้วยการเอาชนะจอห์น ซีน่าไปในรายการคืนสู่เหย้าของชาว ECW นั่นเอง ก่อนที่ข่าวการใช้สารกระตุ้นและกัญชาของแวนแดมจะถูกเผยแพร่ออกไปจนโดนสมาคมแบนและย้ายออกไปอยู่อิมแพคเรสลิ่งในเวลาต่อมา                ด้วยความที่ออกปล้ำบนเวทีอยู่นานหลายสิบปีของร็อบแวนแดมทำให้เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากในปี 2020 ว่าเขาหมดไฟกับวงการมวยปล้ำไปแล้ว เหลือเพียงแต่การหาเงินและความอยากอวดที่เป็นนิสัยของเขามานานแล้ว ซึ่งด้วยเหตุนี้เองทำให้นักมวยปล้ำอดีตแชมป์โลกสองสมัยได้ขอแยกทางกับสมาคมอย่างอิมแพคเรสลิ่งที่เคยร่วมอยู่หลายปีและจะกลับไปทำรายการพอดแคสเหมือนเดิม

วงการมวยปล้ำ กับ ริค แฟลร์ผู้อยู่ในบทบาทนักมวยปล้ำตลอดกาล

ข่าวกีฬาล่าสุดใน วงการมวยปล้ำ ที่มักจะต้องใช้แรงปะทะเสมอนั้น การที่จะยืนหยัดในสังเวียนเป็นเวลานานนั้นถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก แต่สำหรับชายที่ชื่อว่าริค แฟลร์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเจ้าของสถิติแชมป์โลก 16 สมัยที่เข้าสู่ วงการมวยปล้ำ มาตั้งแต่วัยรุ่นก่อนจะยืนระยะได้อย่างยาวนานกว่า 40 ปีโดยที่เจ้าตัวมันจะมีชื่อเสียงนอกสังเวียนจากการรักษาบทบาทเป็นแฟลร์อยู่เสมอไม่เว้นแม้แต่ช่วงเวลาที่รีไทร์ไปแล้วก็ตาม                เจ้าของฉายาเดอะเนเจอร์บอยได้เริ่มต้นในวงการมวยปล้ำช่วงยุค 1970 ที่เจ้าตัวได้ขึ้นปล้ำในสมาคม AWA ก่อนจะย้ายไปสู่ค่ายมวยปล้ำของจิม ครอกเกตที่สร้างชื่อให้กับเขาในฐานะนักมวยปล้ำเดี่ยว แม้ว่าทางด้านริค แฟลร์จะประสบอุบัติเหตุจากเหตุการณ์เครื่องบินตกพร้อมกับจอห์นนี่ วาเลนไทน์จนเกิดทำให้เขาต้องรีไทร์ไป แต่หลังจากแปดเดือนผ่านไป ทางแฟลร์ก็ได้กลับสู่วงการมวยปล้ำอีกครั้งพร้อมเปลี่ยนสไตล์การปล้ำจนกลายเป็นตัวละครที่แฟนมวยปล้ำคุ้นเคยจนถึงปัจจุบัน                นับจากนั้นเป็นต้นมาทางริค แฟลร์ก็สามารถเป็นตัวชูโรงให้กับวงการมวยปล้ำได้อย่างยาวนานพร้อมคว้าแชมป์โลกได้กับทั้งสมาคม NWA, WCW และ WWE รวมกันว่า 16 สมัย แต่ทว่าเรื่องราวของแฟลร์ยังไม่จบ ด้วยความเข้าถึงบทบาทอย่างมากทำให้เจ้าตัวมักจะเที่ยวดื่มและนอนกับผู้หญิงอย่างมากมายแทบทุกวัน จนคนในวงการมวยปล้ำกล่าวกันไว้ว่าป๋าริคจะคงความเป็นเนเจอร์บอยอยู่ตลอดจนกว่าเขาจะเข้าบ้านเลยทีเดียว เดอะเนเจอร์บอยได้เริ่มต้นใน วงการมวยปล้ำ ช่วงยุค 1970                ด้วยความเข้าถึงนี่เองทำให้เพื่อนรุ่นน้องอย่างชอว์น ไมเคิ่ลส์เคยออกสื่อพูดถึงตำนานแชมป์โลก 16 สมัยที่แม้จะรีไทร์จากวงการมวยปล้ำไปแล้ว แต่ยังคงใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงว่าเขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวตนของริค แฟลร์จริงๆ เป็นอย่างไร และมันถึงเวลาที่เขาหยุดใช้ชีวิตแบบนี้แล้วกลับไปเป็นริชาร์ด เฟลียร์คนเดิมในบ้านมากกว่า ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป

โกลด์เบิร์ก กับภาพลักษณ์ที่เหนือฝีมือในวงการมวยปล้ำ

ข่าวกีฬาล่าสุดในช่วงที่วงการมวยปล้ำถูกครองด้วยค่าย WCW นั้น นักมวยปล้ำตัวชูโรงของพวกเขาคือเป็นคนทำเงินให้กับวงการอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นฮัล์ค โฮแกนหรือเควิน แนซที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มนิวเวิลด์ออร์เดอร์ รวมถึงสติงพระเอกตลอดกาลของสมาคมที่กลายเป็นที่สนใจของแฟนๆ มากที่สุดในปี 1997 แต่ขณะเดียวกันนั้นทางสมาคมก็มีคลื่นลูกใหม่ที่พยายามปลุกปั้นขึ้นมาเพื่อปราบกลุ่มนิวเวิลด์ออร์เดอร์ในอนาคต ซึ่งชายที่ชื่อว่า โกลด์เบิร์ก ถือว่าเป็นเด็กปั้นไม่กี่คนที่มีโอกาสเฉิดฉายในวงการแม้เขาจะไม่ได้มีทักษะมากมายก็ตาม                โกลด์เบิร์ก เริ่มต้นอาชีพนักมวยปล้ำหลังจากที่รีไทร์จากวงการอเมริกันฟุตบอลได้ไม่นาน ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูแข็งแกร่งทำให้ชายจากจอร์เจียมีโอกาสขึ้นปล้ำทันทีหลังจากฝึกเพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งทางโกลด์เบิร์กเริ่มเป็นที่สนใจของแฟนๆ มากขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วเสมอโดยเริ่มต้นจากฮิวจ์ มอร์ลาสเป็นคนแรก ก่อนที่เขาจะสามารถคว้าแชมป์สหรัฐอเมริกามาได้จากเรเว่นในปี 1998 อีกทั้งเอาชนะโฮแกนได้ที่บ้านเกิดจนกลายเป็นแชมป์โลกคนใหม่ในปีเดียวกัน                แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือโกลด์เบิร์กนั้นไม่ได้มีทักษะมากพอจะสร้างแมตช์หรือเรื่องราวที่ดีให้แก่สมาคมได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เขากลายเป็นคู่เอกที่ต้องขึ้นปล้ำเป็นเวลานานทำให้แฟนมวยปล้ำเริ่มเห็นว่าฝีมือของเจ้าตัวไม่ได้ดีเหมือนภาพลักษณ์เลย จนกระทั่งในปี 2003 ที่โกลด์เบิร์กได้ย้ายมาสู่ WWE ที่เคยเป็นคู่แข่งโดยตรงกับค่ายเก่าของเขา ที่เปิดโอกาสให้เขาแสดงฝีมือจนคนดูถึงกับโห่ไล่ในแมตช์สุดท้ายของเขาเลยทีเดียว                ชื่อของโกลด์เบิร์กถือเป็นตัวอย่างที่ดีของคำว่าภาพลักษณ์สำคัญกว่าฝีมือ โดยเฉพาะในวงการที่ต้องใช้หน้าตาเพื่อออกโทรทัศน์ในทุกสัปดาห์เพื่อให้คนเชื่อในสิ่งที่ทำ บุคลิกจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักมวยปล้ำประสบความสำเร็จในอาชีพ แม้ว่าปัจจุบันโกลด์เบิร์กจะกลายเป็นมุกตลกของชาวอินเตอร์เน็ตไปแล้วก็ตาม