ออลอีลีทเรสลิ่ง
มวย

ออลอีลีทเรสลิ่ง กับการเพิ่มคุณภาพของทีมแพทย์ของสมาคมอีกครั้ง

ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี สำหรับสมาคม ออลอีลีทเรสลิ่ง ที่ได้ทำการปรับปรุงทีมแพทย์ของสมาคมอีกครั้ง หลังจากที่เคยเกิดข้อพิพาทจากอาการบาดเจ็บของแมตต์ ฮาร์ดี้และอเลกซ์ เรย์โนลด์จนทำให้เสียงวิจารณ์ถึงความไม่ปลอดภัยในการปล้ำบนสังเวียน ซึ่งล่าสุดนั้นทางโทนี่ คาห์นประธานสมาคมได้ออกมาเปิดเผยว่าพวกเขาได้ทำการจ้างแพทย์ด้านสมองและแพทย์อิสระมาตรวจอาการของนักมวยปล้ำทุกครั้งที่มีโชว์อีกด้วยติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                สำหรับระบบใหม่ที่ทางโทนี่ คาห์นได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อนั้น เขาได้ตัดสินใจที่จะจ้างบุคลากรในทีมแพทย์เพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นกำลังเสริมให้แก่ทีมงานประจำของสมาคม ออลอีลีทเรสลิ่ง นอกจากนี้ยังมีการบังคับใช้กฎกับผู้ตัดสินให้สามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่หลังฉากทันทีเมื่อมีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นขณะที่มีนักมวยปล้ำสู้กันอยู่บนเวทีเพื่อแก้ไขสถานการร์ที่อาจะเกิดขึ้นได้ไวที่สุดนั่นเอง                สาเหตุที่ทำให้โทนี่ตัดสินเปลี่ยนแปลงระบบพยาบาลของออลอีลีทเรสลิ่งนั้นก็เพราะว่าเจ้าตัวต้องการให้นักมวยปล้ำของเขามีความปลอดภัยมากที่สุดนั่นเอง โดยทีเคได้กล่าวว่า พวกเขาพยายามปรับปรุงโครงสร้างหลายอย่างเพื่อให้ค่ายนี้มีความปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้และเขาได้จ้างแพทย์ประสาทวิทยามาเพิ่มเพื่อขอความช่วยเหลือจากพวกเขา อีกทั้งการร่วมงานกับคริสโตเฟอร์ โนวินสกี้ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อีกด้วย                ด้านคริส โนวินสกี้นั้นจะยังคงเป็นหนึ่งในทีมงานของออลอีลีทเรสลิ่งแม้ว่าเขาจะไม่ได้เซ็นสัญญาอะไรกับสมาคมก็ตาม แต่จากการเป็นเพื่อนกับทีเคนั่นเองที่ทำให้เขายังคงกลับมาให้ความช่วยเหลือทีมแพทย์ของสมาคมและป้องกันไม่ให้เกิดควมเสียหายต่อนักมวยปล้ำแบบที่เขาเคยพบเจอมานั่นเอง

ไคลี เรย์
มวย

ไคลี เรย์ นักมวยปล้ำที่ประกาศลาสังเวียนอีกครั้งหลังจากที่ต้องประสบปัญหา

ข่าวกีฬาล่าสุดตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าเศร้าอีกครั้งของวงการมวยปล้ำ เมื่อทาง ไคลี เรย์ นักมวยปล้ำสาวมากความสามารถที่ต้องลาออกจากสมาคมอิมแพคเรสลิ่งและวงการมวยปล้ำไปอีกครั้ง หลังจากที่เธอต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าอยู่เสมอนับตั้งแต่ขอลาออกจากสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งไปเมื่อปีก่อน จนกระทั่งรักษาตัวจนหายเพื่อกลับมาสู่ค่ายใหม่ในปี 2019 แต่ทว่าโรคตัวร้ายนี้อาจทำให้เธอไม่มีโอกาสขึ้นปล้ำอีก                ทางอาชีพนักมวยปล้ำของ ไคลี เรย์ นั้นได้เปิดตัวตั้งแต่ปี 2016 ก่อนที่เธอจะมีโอกาสได้ขึ้นปล้ำในสมาคมน้องใหม่มาแรงอย่างออลอีลีทเรสลิ่ง พร้อมได้ขึ้นปล้ำในรายการแรกของค่ายอย่างดับเบิ้ลออลนอทธิงอีกด้วย แต่ทว่าหลังจากที่มีการประกบคู่ระหว่างเรย์กับเลว่า เบทส์นั้น เธอก็ตัดสินใจลาออกจากสมาคมไปแบบไม่มีใครคาดคิด จนกระทั่งในปลายปี 2019 นั้นเธอก็ได้กลับมาขึ้นปล้ำอีกครั้ง                เมื่อไคลี เรย์ได้ย้ายมาอยู่ในสมาคมอิมแพคเรสลิ่งนั้น เธอก็กลายเป็นนักมวยปล้ำระดับสูงของสมาคมทันที พร้อมกับมีบทบาทจะได้ชิงแชมป์หญิงเจอกับดีโอน่า พูราชโซ่ในรายการบาวด์ฟอร์กลอรี่ปี 2020 อีกด้วย แต่ทว่าเธอไม่ได้ขึ้นปล้ำในค่ำคืนนั้น ก่อนจะมีคำประกาศของเธอว่า เจ้าตัวจะไม่ขอเรียกตัวเองว่าเป็นนักมวยปล้ำอีกแล้ว รวมทั้งจะขอพักการเล่นสังคมออนไลน์ไปชั่วคราวอีกด้วย ไคลี เรย์ ได้ย้ายมาอยู่ในสมาคมอิมแพคเรสลิ่ง                นับว่าเป็นที่น่าเสียดาย เมื่อช่วงเวลาที่ไคลี เรย์กำลังจะก้าวเข้าสู่ความสำเร็จในระดับโลกทั้งสองครั้งในสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งกับอิมแพคเรสลิ่ง แต่เธอก็ต้องเข้าพักรักษาตัวอีกครั้ง โดยแฟนมวยปล้ำคงได้แต่คาดหวังว่าเธอจะรักษาตัวจนหายและพร้อมกลับขึ้นปล้ำอีกครั้งหรือให้เธอเดินไปตามทางของตัวเองและประสบความสำเร็จในอนาคตนั่นเอง

ฟิน บาโลร์
มวย

ฟิน บาโลร์ อดีตแชมป์จักรวาลและเจ้าของตำแหน่งแชมป์เอนเอกซ์ทีคนปัจจุบัน

ข่าวกีฬาล่าสุดตอนนี้กลายเป็นเรื่องอาถรรพ์ก็ว่าได้สำหรับ ฟิน บาโลร์ อดีตแชมป์จักรวาลและเจ้าของตำแหน่งแชมป์เอนเอกซ์ทีคนปัจจุบันที่มักจะมีอาการบาดเจ็บเสมอ หลังจากที่ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในปี 2016 ที่เขามีคิวต้องขึ้นปล้ำกับเซธ โรลินส์หรือจะเป็นแมตช์ที่เจ้าตัวเจอกับไคล โอไรลีย์ในคู่เอกของรายการเทคโอเวอร์ที่ทำให้การครองแชมป์ใหญ่ของเขาไม่น่าจดจำเอาเสียเลย                สำหรับการเป็นแชมป์สูงสุดของ ฟิน บาโลร์ นั้นเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2016 ที่เจ้าตัวได้รับการดราฟต์มาสู่ค่ายรอว์ที่กำลังต้องการแชมป์คนใหม่ประจำรายการ ก่อนที่จะเกิดเข็มขัดที่ชื่อว่าแชมป์จักรวาลขึ้นมา โดยมีการจัดแมตช์หาผู้ท้าชิงขึ้นมาที่สุดท้ายจะเป็นฟินเข้ารอบไปเจอกับเซ็ธ โรลินส์ในรายการซัมเมอร์สแลม แม้ว่าสุดท้ายแล้วนักมวยปล้ำชาวไอริชคนนี้จะคว้าแชมป์เส้นใหม่ไปครองได้ก็ตาม แต่เจ้าตัวกลับได้รับอาการบาดเจ็บที่ไหล่จนทำให้ต้องสละแชมป์ในวันต่อมาทันที                เมื่อฟิน บาโลร์พักฟื้นร่างกายจนหายดีแล้ว เขาก็ได้กลับมาไล่ล่าเข็มขัดเส้นที่เขาไม่เคยแพ้ไปอีกครั้ง แม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะแพ้ไปในการสู้กับโรมัน เรนส์และบร็อค เลสเนอร์เพื่อชิงแชมป์เส้นนี้ก็ตาม จนในที่สุดทางสมาคมก็ตัดสินใจให้เขากลับมาสู่ค่ายเอนเอกซ์ทีที่เขาเคยสร้างชื่อเสียงมาก่อน ก่อนที่เขาจะมีโอกาสคว้าแชมป์ประจำค่ายอีกครั้ง เมื่อเขาเอาชนะอดัม โคลไปได้ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ฟิน บาโลร์ นั้นเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2016 ที่เจ้าตัวได้รับการดราฟต์มาสู่ค่ายรอว์                แม้ว่าเส้นทางของบาโลร์อาจจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ได้รับอาการบาดเจ็บอีกครั้งจากแมตช์ที่เขาสู้กับไคล โอไรลีย์ในรายการเทคโอเวอร์จนทำให้ต้องพักการปล้ำไปอีกครั้ง โดยที่อนาคตของเข็มขัดเส้นสีทองนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะก่อนหน้านี้ทางคาร์เรียน ครอสก็ต้องเจ็บจนสละแชมป์ไปเช่นกัน

อเล็กซ์ เชลลี่
มวย

อเล็กซ์ เชลลี่ ได้ตัดสินใจกลับมาสู่สมาคมอิมแพคเรสชลิ่งอีกครั้งในรายการสแลมมิเวอร์ซารี่ปี 2020

เป็นเรื่องที่ดีอีกครั้ง เมื่อทาง อเล็กซ์ เชลลี่ ได้ตัดสินใจกลับมาสู่สมาคมอิมแพคเรสชลิ่งอีกครั้งในรายการสแลมมิเวอร์ซารี่ปี 2020 พร้อมร่วมทีมกับคริส เซบินอีกครั้งในนามว่ามอเตอร์ซิตี้ แมทชีทกันส์ ก่อนจะคว้าแชมป์แทคทีมของสมาคมครองได้ ซึ่งทางอเล็กซ์นั้นเคยประกาศเลิกปล้ำไปแล้วครั้งหนึ่งในปี 2018 ก่อนที่เขาจะกลับมาพร้อมกับรักษาผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ทีมของเขากับเซบินถูกจับตามองอีกครั้งด้วยติดตามในข่าวกีฬาล่าสุด                ในปี 2015 นั้นทาง อเล็กซ์ เชลลี่ ได้ขึ้นปล้ำกับสมาคมริงออฟออร์เนอร์ โดยเขามีโอกาสได้จับคู่กับคริว เซบินอีกครั้ง หลังจากที่แยกย้ายกันไปตั้งแต่อยู่ในสมาคมทีเอนเอ ก่อนที่ทีมมอเตอร์ซิตี้ แมทชีนกันส์นี้จะพยายามขึ้นปล้ำท้าชิงแชมป์แทคทีมกับยังบัคส์และดิแอดดิคชั่นแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งในปี 2018 ที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์มาครองได้ แต่ทางอเล็กซ์กลับได้รับอาการบาดเจ็บและเลิกปล้ำไปในที่สุด                หลังจากที่อเล็กซ์ เชลลี่ห่างหายไปจากวงการมวยปล้ำนานถึงหนึ่งปีนั้น เขาก็ได้กลับมาสู่สมาคมเดิมอย่างริงออฟออร์เนอร์พร้อมกับได้ท้าชิงแชมป์โลกกับแมตต์ ทราเวนอีกด้วย แต่เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป ก่อนที่จะเซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการไปปล้ำในสมาคมเอนเอกซ์ทีคู่กับคูชิดะเพื่อนเก่าอีกครั้ง ก่อนที่เปิดตัวในอิมแพคเรสลิ่งในช่วงกลางปีที่ผ่านมาพร้อมกลับมาเป็นทีมร่วมกับคริส เซบินอีกครั้งหนึ่งด้วย                จากกระแสตอบรับของอเล็กซ์ เชลลี่กับเซบินในสมาคมอิมแพคเรสลิ่งนั่น ทำให้แฟนมวยปล้ำได้ถามถึงอดีตแชมป์แทคทีมคนนี้ว่าต้องการไปปล้ำในสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งหรือไม่ โดยที่นั่นยังมีทีมอย่างยังบัคส์ที่ทั้งสองเคยมีเรื่องราวและแมตช์ที่สนุกอย่างมากในอดีต ซึ่งเจ้าตัวก็ยังคงมองว่าเป็นอนาคตที่ไม่อาจรู้ได้นั่นเอง

เคนตะ โคบาชิ
มวย

เคนตะ โคบาชิ นั่นเองทำให้การมาปล้ำในสมาคมริงออฟออเนอร์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ด้วยความเป็นนักมวยปล้ำระดับตำนานของ เคนตะ โคบาชิ นั่นเองทำให้การมาปล้ำในสมาคมริงออฟออเนอร์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ประจำวงการมวยปล้ำในขณะนั้น โดยแมตช์ที่สร้างชื่อในการปล้ำที่อเมริกาของเขานั้นก็คทอการเจอกับซามัวโจพร้อมทั้งได้รับคำชื่นชมอย่างมากจนกลายเป็นแมตช์ห้าดาวแมตช์นึงของวงการ ก่อนที่เขาจะกลับปล้ำต่อประเทศญี่ปุ่นและรีไทร์ไปในปี 2013 ติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                แม้ว่าแมตช์ห้าดาวที่เกริ่นไปนั้นจะเกิดขึ้นในปี 2005 ก็ตาม แต่ชื่อเสียงของ เคนตะ โคบาชิ นั้นโด่งดังอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นนับตั้งแต่ต้นยุค 90 แล้ว โดยเขาเป็นเจ้าของรางวัลแมตช์ประจำปี 1997 และ 1998 จากการเจอกับหนึ่งในคู่ปรับอย่างมิทซุฮารุ มิซาว่า รวมทั้งเป็นแชมป์โลกสามมงกุฎในสมาคมออลเจแปนได้ถึงสามสมัยก่อนที่จะย้ายมาสู่ค่ายโนอาห์พร้อมกับมิซาว่านั่นเอง                ช่วงที่เคนตะย้ายมาสู่โนอาห์นี้เองที่ทำให้เขาเริ่มเข้าสู่จุดสูงสุดของอาชีพทั้งสไตล์การปล้ำที่บ่มเพาะมาเป็นเวลานานพร้อมกับความสำเร็จที่จับต้องได้ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจเดินทางไปเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการปล้ำที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหนึ่งในแมตช์ในฝันก็คือการเจอกับซามัวโจที่เป็นนักมวยปล้ำมากความสามารถอีกคนหนึ่ง ก่อนที่ทั้งสองจะสู้กันอย่างสนุกพร้อมกับเป็นทางโคบาชิที่คว้าชัยไปได้ด้วยท่าลาเรียทอันโด่งดังของเขา                น่าเสียดายที่ช่วงเวลาของเคนตะในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีเพียงการปล้ำไม่กี่แมตช์เท่านั้น แต่เจ้าตัวก็ยังได้รับรางวัลเป็นแมตช์ห้าดาวจากการสู้กับโจ อีกทั้งถูกย่องให้เป็นแมตช์และนักมวยปล้ำยอดเยี่ยมและประจำปี 2005 จากนิตรสารมวยปล้ำของเดฟ เมลต์เซอร์อีกด้วย

ไรแบค
มวย

ไรแบค ที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะเหมือนโกลเบิร์กเกินไป

ขึ้นชื่อว่าเป็นนักมวยปล้ำชื่อดังแล้ว ใครก็คงต้องการจะเลียนแบบหรือเป็นเขาคนนั้นสักครั้ง แต่ทว่าการคล้ายคลึงมากเกินไปอาจทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ ไรแบค เคยได้รับ โดยนักมวยปล้ำกล้ามโตคนนี้กลับมีหน้าตาและรูปร่างใกล้เคียงกับอดีตนักมวยปล้ำระดับสูงอย่างโกลเบิร์กจนทำให้เกินถูกนำไปเปรียบเทียบหลายครั้งจนกลายเป็นเรื่องตลก รวมทั้งทำให้เขาไม่สามารถก้าวข้ามการเปรียบเทียบได้อีกเลยติดตามต่อได้ในข่าวกีฬาล่าสุด                ทาง ไรแบค นั้น ได้เปิดตัวกับสมาคมเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์ในปี 2010 จากบทบาทของสกิป เชฟฟิลด์ในรายการคัดตัวนักมวยปล้ำหน้าใหม่อย่างเอนเอกซที ก่อนที่เขาจะได้รับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าจนทำให้ต้องพักการปล้ำไปกว่าหนึ่งปี ก่อนที่จะกลับมาอย่างแข็งแกร่งและสามารถทำสถิติไร้พ่ายได้มากกว่า 38 แมตช์จนกระทั่งต้องพ่ายแพ้ต่อซีเอ็ม พังค์ในการชิงแชมป์ของสมาคมในกรงเหล็กนรก                แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการผลักดันของไรแบคที่แท้จริงก็คือ การที่รูปร่างและหน้าตาของเขาใกล้เคียงกับโกลเบิร์กมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูงที่ 6 ฟุต 3 นิ้วหรือน้ำหนักที่ 290 ปอนด์ อีกทั้งท่าไม้ตายนำร่องอย่างมีทฮุคแล้วตามด้วยเชลช็อค ที่ไม่ต่างจากสเปียร์แล้วตามด้วยแจ็คแฮมเมอร์ของนักมวยปล้ำรุ่นพี่นั่นเอง โดยหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ทำได้เพียงแต่คว้าแชมป์เส้นรองและถูกปล่อยตัวออกจากสมาคม เรียกได้ว่าความฝันของ ไรแบค นั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า                เรียกได้ว่าความฝันของไรแบคนั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าจากหน้าตาและบทบาทของเขาเอง โดยต่อมาไม่นานทางสมาคมก็ได้นำตัวโกลเบิร์กกลับมาขึ้นปล้ำอีกครั้ง ส่วนเขาก็ได้แต่ขึ้นปล้ำในสมาคมอิสระบ้างพร้อมกับชื่อเสียงเรื่องความไม่ระวังของเจ้าตัวที่มักจะทำคนอื่นบาดเจ็บเสมอไม่ต่างกับรุ่นพี่อีกด้วย

ดีเซล
มวย

ดีเซล ที่มีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกของสมาคมเวิล์ดเรสลิ่งเฟดเดอร์เรชั่น

การได้ครองเข็มขัดเส้นใหญ่ที่สุดของสมาคมต่างเป็นความฝันสำหรับนักมวยปล้ำหลายๆ คน แต่ทว่าในปี 1994 ถึงปี 1995 นั้นก็ถึงเวลาของ ดีเซล ที่มีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกของสมาคมเวิล์ดเรสลิ่งเฟดเดอร์เรชั่น แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีของเขาเอาเสียเลย จากบทบาทที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นธรรมะอีกทั้งการปล้ำกับนักมวยปล้ำที่ไม่มีประสบการณ์อย่างเมเบิ้ลก็ทำให้เขาดูแย่ในช่วงเวลา 358 วันที่ครองแชมป์ได้อีกด้วยติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                การเป็นหน้าตาสมาคมของ ดีเซล นั้นเริ่มต้นขึ้นในการชิงแชมป์โลกกับบ็อบ แบคลันเจ้าของตำแหน่งในขณะนั้น โดยเจ้าตัวสามารถจัดการแบคลันด้วยแจ็คไนฟ์พาวเวอร์บอมบ์ไปได้อย่างรวดเร็วเพียง 8 วินาทีเท่านั้นที่สนามเมดิสัน สแควร์ การ์เด้น ก่อนที่ต่อมาเขาจะมีคิวป้องกันแชมป์กับเบรท ฮาร์ทที่จบลงด้วยผลเสมอและการเจอกับเพื่อนอย่างชอว์น ไมเคิลส์ในเรสเซิลมาเนียครั้งที่ 11 โดยเป็นทางแชมป์ที่ป้องกันไปได้อีกครั้งด้วยท่าแจ็คไนฟ์                หลังจากนั้นทางสมาคมก็พยายามปั้นให้ดีเซลเจอกับนักมวยปล้ำที่รูปร่างใกล้เคียงหรือตัวใหญ่กว่าเขา ซึ่งสุดท้ายแชมป์โลกคนนี้จะต้องเจอกับไซโคซิดและคิงเมเบิ้ลในเวลาต่อมา แต่ทว่าแมตช์ของเขากับเมเบิ้ลนั้นกลับไม่ประสบความสำเร็จและโดนแฟนๆ วิจารณ์ว่าเป็นแมตช์ที่ยอดแย่อีกแมตช์ของเจ้าตัว จนกระทั่งเขามาเสียแชมป์ให้กับเบรท ฮาร์ทนักมวยปล้ำมากฝีมือจากแคนาดาและปิดฉากการอยู่บนจุดสูงสุดนานเกือบปีอีกด้วย ดีเซล เสียแชมป์ไปแล้วเขากลับมีบทบาทที่ดีขึ้น                กลายเป็นว่าเมื่อดีเซลเสียแชมป์ไปแล้ว เขากลับมีบทบาทที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นการสู้กับดิ อันเดอร์เทคเกอร์ในเรสเซิลมาเนียครั้งที่ 12 ที่กอบกู้ชื่อเสียงของเขากลับมาอีกครั้ง แม้ว่าต่อมาเขาจะลาออกจากสมาคมและกลับไปใช้ชื่อจริงอย่างเควิน แนชพร้อมเป็นผู้ต่อกรกับสมาคมเก่าอย่างยาวนานไปถึง 5 ปีด้วยกัน

ไทสัน ฟิวรี่
มวย

ไทสัน ฟิวรี่ แชมป์เฮฟวี่เวทที่เตรียมขึ้นชกบนสังเวียนอีกครั้ง

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้หลังจากที่ว่างจากคิวชกมาเป็นเวลานาน ทาง ไทสัน ฟิวรี่ ก็เตรียมขึ้นชกกับบนสังเวียนอีกครั้งในช่วงเดือนธันวาคมนี้เอง ซึ่งไฟท์ล่าสุดของเขาก็คือการคว้าแชมป์เฮฟวี่เวทมาครองได้จากดีออนเท ไวลเดอร์ในเดือนกุมภาพันธ์นั่นเอง โดยคู่ต่อสู้คนต่อไปของเขานั้นจะมีการประกาศออกมาทีหลัง นอกจากนี้ด้วยการว่างจากคิวชกนั่นเอง ทำให้เขาได้มีโอกาสไปขึ้นปล้ำในวงการอื่นอีกด้วย                แม้ว่า ไทสัน ฟิวรี่ จะสร้างชื่อมาจากการชกมวยก็ตาม แต่ในปี 2019 นั้นเจ้าตัวกลับทำเซอร์ไพรส์ด้วยการไปโผล่ในรายการสแมคดาวน์ของสมาคมมวยปล้ำอย่างเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งเขาได้มีเรื่องราวกับบรอน สโตรแมนนักสู้ร่างยักษ์อีกคน ก่อนที่ทั้งสองจะได้เจอกันในรายการคราวน์จิวล์ที่เป็นทางนักมวยคนเก่งนี้เองที่สามารถน็อคสโตนแมนจนหลับอยู่ข้างเวทีและแพ้ไปในที่สุด                ส่วนในด้านวงการมวยนั้น ทางฟิวรี่ได้ขึ้นชกกับดีออนเท ไวลเดอร์มาแล้วในปี 2018 แต่ทว่าผลกลับจบลงด้วยการเสมอจากคะแนนตัดสินของกรรมการทั้งสามคน จนทำให้ทั้งสองต้องมาเจอกันอีกครั้งในปี 2020 ซึ่งในแมตช์ที่เมืองลาสเวกัสนั้นก็เป็นทางนักชกหัวโล้นคนนี้ที่เอาชนะคู่ปรับไปได้พร้อมคว้าแชมป์เฮฟวี่เวทจากสมาคมดับเบิ้ลยูบีซีมาครองได้ในที่สุด ก่อนที่ตามสัญญานั้นทั้งสองมีโอกาสจะขึ้นท้าเจอกันได้อีกครั้งหนึ่งด้วย ไทสัน ฟิวรี่ ได้ขึ้นชกกับดีออนเท ไวลเดอร์มาแล้วในปี 2018                แม้ว่าจะมีเงื่อนไขอยู่ชัดเจนก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วแมตช์ระหว่างไทสัน ฟิวรี่กับดีออนเท ไวลเดอร์ก็คงไม่เกิดขึ้น หลังจากที่สถานการณ์ของโควิดได้ระบาดขึ้นทำให้แมตช์ที่ว่ายังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งข่าวลือของการชกเพื่อการชิงแชมป์เฮฟวี่เวทที่ว่านี้อาจไปเกิดขึ้นในปีหน้าแทน หากไทสันยังคงเป็นเจ้าของเข็มขัดอยู่นั่นเอง

เอ็ดดี้ เกอร์เรโร่
มวย

เอ็ดดี้ เกอร์เรโร่ ซึ่งทั้งสองคนจะต้องสู้กันเพื่อชิงแชมป์สหรัฐอเมริกาที่ว่างอยู่ในเวลานั้น

ข่าวกีฬาล่าสุดในช่วงเวลาที่ไดม่อน ดัลลาส เพจกำลังเฉิดฉายในวงการมวยปล้ำนั้น เขาก็ได้มีบทบาทกับนักมวยปล้ำเชื้อสายเม็กซิกันอย่าง เอ็ดดี้ เกอร์เรโร่ ซึ่งทั้งสองคนจะต้องสู้กันเพื่อชิงแชมป์สหรัฐอเมริกาที่ว่างอยู่ในเวลานั้น โดยช่วงเดียวกันนั้นทางเพจก็มีเรื่องราวกับนิวเวิลด์ออร์เดอร์อยู่เช่นกัน แม้ว่าสุดท้ายเขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปและเจ้าตัวยังยอมรับว่าคู่แข่งของเขาคือนักมวยปล้ำที่มีพรสวรรค์ที่สุดตลอดกาลคนหนึ่ง                สำหรับช่วงเวลาที่ไดม่อน ดัลลาส เพจมีโอกาสเจอกับ เอ็ดดี้ เกอร์เรโร่ นั้นก็คือในปี 1996 นั่นเอง โดยทั้งสองคนเข้าร่วมในทัวร์นาเมนต์เพื่อหาแชมป์สหรัฐอเมริกาคนใหม่ ก่อนที่สุดท้ายเขาจะโดนกลุ่มของเควิน แนชและสก็อต ฮอลล์มารบกวนจนเขาต้องแพ้ไป ซึ่งในแมตช์ที่ทั้งสองคนสู้กันนั้น ก็เป็นมีจังหวะที่แฟนๆ จดจำได้อย่างการที่ดัลลาส เพจจับเกอร์เรโร่ใส่ทางไดม่อนคัตเตอร์อย่างไม่คาดคิดมาก่อน                หลังจากที่ทั้งสองจบเรื่องราวกันไปแล้วนั้น ทางเอ็ดดี้ เกอร์เรโร่ก็มีโอกาสเป็นแชมป์ทั้งครุยเซอร์เวท แชมป์แทคทีมและแชมป์โลกในเวลาต่อมา ส่วนทางดีดีพีนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ดีในท้ายยุค 90 เมื่อเขาสามารถกลายเป็นแชมป์โลกของสมาคมเวิลด์แชมป์เปี้ยนชิพเรสลิ่งได้ รวมถึงกลับมาเป็นแชมป์สหรัฐอเมริกาได้หลังจากนั้นด้วยการเอาชนะเคิร์ท เฮนนิกเจ้าของตำแหน่งในขณะนั้นนั่นเอง                ด้วยความสามารถของเอ็ดดี้ เกอร์เรโร่นี้เอง ทำให้คู่ต่อสู้อย่างเพจยังยอมรับว่าในสมัยที่ทั้งสองสู้กันนั้น ทางนักมวยปล้ำเชื้อสายเม็กซิกันมีความตั้งใจที่จะมาสู้กับเขาจริงๆ และฝีมือในเวทีก็ถือว่าเป็นที่หนึ่ง รวมทั้งคงไม่มีใครมาแทนที่เขาได้ในอนาคตอีกด้วยจากสายตาของอดีตแชมป์โลกสามสมัยคนนี้

แอนเดอร์สัน ซิลวา
ข่าวกีฬาทั่วไป มวย

แอนเดอร์สัน ซิลวา อดีตแชมป์มิดเดิ้ลเวทของสมาคมยูเอฟซีที่ประกาศเตรียมจะแขวนนวม

ถือเป็นอาชีพนักสู้ที่ยาวนานสำหรับ แอนเดอร์สัน ซิลวา อดีตแชมป์มิดเดิ้ลเวทของสมาคมยูเอฟซีที่ประกาศเตรียมจะแขวนนวมทันทีที่จบแมตช์สุดท้ายกับยูเรียห์ ฮอลในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ โดยปัจจุบันนักชกชาวบราซิลมีอายุ 45 ปีแล้ว พร้อมกับอยู่ในค่ายเวทีแปดเหลี่ยมนี้มาตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเวลาของเขาใกล้หมดลงที่เวทีกรงเหล็กนี้แล้ว และมั่นใจมากกว่านี่จะเป็นไฟท์สุดท้ายของอาชีพอย่างแน่นอนติดตามในข่าวกีฬาล่าสุด                จุดเริ่มต้นของการเป็นนักสู้ศิลปะป้องกันตัวของ แอนเดอร์สัน ซิลวา นั้นเริ่มต้นในปี 1997 ก่อนที่จะเริ่มก้าวสู่ระดับนานาชาติผ่านการต่อสู้ในสมาคมไพรด์และเคจเรจ จนกระทั่งในปี 2006 เขาก็ได้ย้ายมาสู่สมาคมยูเอฟซีพร้อมขึ้นชกในรุ่นมิดเดิ้ลเวททันที ก่อนที่เขาจะได้รับการโหวตให้คู่ต่อสู้เป็นแชมป์ประจำรุ่นในขณะนั้นอย่างริช แฟรงคลิน โดยสุดท้ายจะเป็นทางนักสู้จากบราซิลที่แทงเข่าเข้าที่หน้าของแชมป์จนร่วงไป แล้วกรรมการจะตัดสินให้เขาชนะไปทันที                หลังจากที่เอาชนะแฟรงคลินไปได้นั้น ทางซิลวาก็ถือเข็มขัดยาวไปถึงปี 2013 ก่อนที่เขาจะกลายเป็นอดีตแชมป์มิดเดิ้ลเวทในที่สุด ด้วยการแพ้ต่อคริส วีดแมนที่เขาถูกชกเข้าปลายคางจนร่วง หลังจากที่นักสู้จากบราซิลประมาทคู่แข่งมากเกินไปนั่นเอง ก่อนที่ไฟท์ต่อมาจะเปลี่ยนชีวิตของแอนเดอร์สันไปตลอด ซึ่งเป็นการรีแมตช์อีกครั้งของทั้งสองคน แต่สุดท้ายทางแอนเดอร์สันจะโดนบล็อคลูกเตะของตัวเองจนขาหักเป็นสองท่อนและกรรมการสั่งยุติให้แพ้ไปอีกด้วย                นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทางซิลวาก็ไม่สามารถคืนฟอร์มสมัยเป็นแชมป์ได้อีกเลย หลังจากที่อดีตแชมป์มิดเดิ้ลเวทสามารถเอาชนะคู่แข่งไปได้เพียงครั้งเดียวจาก 6 ไฟท์ที่เขากลับมาจากอาการบาดเจ็บ ก่อนที่เขาจะเลือกแมตช์ที่ต้องเจอกับยูเรียห์ ฮอลเป็นฉากจบของอาชีพนักสู้ เพราะเจ้าตัวมองว่าเขาไม่อาจยืนระยะต่อไปในสังเวียนได้อีกแล้วนั่นเอง ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป