ออลอีลีทเรสลิ่ง
มวย

ออลอีลีทเรสลิ่ง กับการเพิ่มคุณภาพของทีมแพทย์ของสมาคมอีกครั้ง

ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี สำหรับสมาคม ออลอีลีทเรสลิ่ง ที่ได้ทำการปรับปรุงทีมแพทย์ของสมาคมอีกครั้ง หลังจากที่เคยเกิดข้อพิพาทจากอาการบาดเจ็บของแมตต์ ฮาร์ดี้และอเลกซ์ เรย์โนลด์จนทำให้เสียงวิจารณ์ถึงความไม่ปลอดภัยในการปล้ำบนสังเวียน ซึ่งล่าสุดนั้นทางโทนี่ คาห์นประธานสมาคมได้ออกมาเปิดเผยว่าพวกเขาได้ทำการจ้างแพทย์ด้านสมองและแพทย์อิสระมาตรวจอาการของนักมวยปล้ำทุกครั้งที่มีโชว์อีกด้วยติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                สำหรับระบบใหม่ที่ทางโทนี่ คาห์นได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อนั้น เขาได้ตัดสินใจที่จะจ้างบุคลากรในทีมแพทย์เพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นกำลังเสริมให้แก่ทีมงานประจำของสมาคม ออลอีลีทเรสลิ่ง นอกจากนี้ยังมีการบังคับใช้กฎกับผู้ตัดสินให้สามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่หลังฉากทันทีเมื่อมีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นขณะที่มีนักมวยปล้ำสู้กันอยู่บนเวทีเพื่อแก้ไขสถานการร์ที่อาจะเกิดขึ้นได้ไวที่สุดนั่นเอง                สาเหตุที่ทำให้โทนี่ตัดสินเปลี่ยนแปลงระบบพยาบาลของออลอีลีทเรสลิ่งนั้นก็เพราะว่าเจ้าตัวต้องการให้นักมวยปล้ำของเขามีความปลอดภัยมากที่สุดนั่นเอง โดยทีเคได้กล่าวว่า พวกเขาพยายามปรับปรุงโครงสร้างหลายอย่างเพื่อให้ค่ายนี้มีความปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้และเขาได้จ้างแพทย์ประสาทวิทยามาเพิ่มเพื่อขอความช่วยเหลือจากพวกเขา อีกทั้งการร่วมงานกับคริสโตเฟอร์ โนวินสกี้ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อีกด้วย                ด้านคริส โนวินสกี้นั้นจะยังคงเป็นหนึ่งในทีมงานของออลอีลีทเรสลิ่งแม้ว่าเขาจะไม่ได้เซ็นสัญญาอะไรกับสมาคมก็ตาม แต่จากการเป็นเพื่อนกับทีเคนั่นเองที่ทำให้เขายังคงกลับมาให้ความช่วยเหลือทีมแพทย์ของสมาคมและป้องกันไม่ให้เกิดควมเสียหายต่อนักมวยปล้ำแบบที่เขาเคยพบเจอมานั่นเอง

เคนตะ โคบาชิ
มวย

เคนตะ โคบาชิ นั่นเองทำให้การมาปล้ำในสมาคมริงออฟออเนอร์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ด้วยความเป็นนักมวยปล้ำระดับตำนานของ เคนตะ โคบาชิ นั่นเองทำให้การมาปล้ำในสมาคมริงออฟออเนอร์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ประจำวงการมวยปล้ำในขณะนั้น โดยแมตช์ที่สร้างชื่อในการปล้ำที่อเมริกาของเขานั้นก็คทอการเจอกับซามัวโจพร้อมทั้งได้รับคำชื่นชมอย่างมากจนกลายเป็นแมตช์ห้าดาวแมตช์นึงของวงการ ก่อนที่เขาจะกลับปล้ำต่อประเทศญี่ปุ่นและรีไทร์ไปในปี 2013 ติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                แม้ว่าแมตช์ห้าดาวที่เกริ่นไปนั้นจะเกิดขึ้นในปี 2005 ก็ตาม แต่ชื่อเสียงของ เคนตะ โคบาชิ นั้นโด่งดังอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นนับตั้งแต่ต้นยุค 90 แล้ว โดยเขาเป็นเจ้าของรางวัลแมตช์ประจำปี 1997 และ 1998 จากการเจอกับหนึ่งในคู่ปรับอย่างมิทซุฮารุ มิซาว่า รวมทั้งเป็นแชมป์โลกสามมงกุฎในสมาคมออลเจแปนได้ถึงสามสมัยก่อนที่จะย้ายมาสู่ค่ายโนอาห์พร้อมกับมิซาว่านั่นเอง                ช่วงที่เคนตะย้ายมาสู่โนอาห์นี้เองที่ทำให้เขาเริ่มเข้าสู่จุดสูงสุดของอาชีพทั้งสไตล์การปล้ำที่บ่มเพาะมาเป็นเวลานานพร้อมกับความสำเร็จที่จับต้องได้ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจเดินทางไปเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการปล้ำที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหนึ่งในแมตช์ในฝันก็คือการเจอกับซามัวโจที่เป็นนักมวยปล้ำมากความสามารถอีกคนหนึ่ง ก่อนที่ทั้งสองจะสู้กันอย่างสนุกพร้อมกับเป็นทางโคบาชิที่คว้าชัยไปได้ด้วยท่าลาเรียทอันโด่งดังของเขา                น่าเสียดายที่ช่วงเวลาของเคนตะในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีเพียงการปล้ำไม่กี่แมตช์เท่านั้น แต่เจ้าตัวก็ยังได้รับรางวัลเป็นแมตช์ห้าดาวจากการสู้กับโจ อีกทั้งถูกย่องให้เป็นแมตช์และนักมวยปล้ำยอดเยี่ยมและประจำปี 2005 จากนิตรสารมวยปล้ำของเดฟ เมลต์เซอร์อีกด้วย

ดีเซล
มวย

ดีเซล ที่มีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกของสมาคมเวิล์ดเรสลิ่งเฟดเดอร์เรชั่น

การได้ครองเข็มขัดเส้นใหญ่ที่สุดของสมาคมต่างเป็นความฝันสำหรับนักมวยปล้ำหลายๆ คน แต่ทว่าในปี 1994 ถึงปี 1995 นั้นก็ถึงเวลาของ ดีเซล ที่มีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกของสมาคมเวิล์ดเรสลิ่งเฟดเดอร์เรชั่น แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีของเขาเอาเสียเลย จากบทบาทที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นธรรมะอีกทั้งการปล้ำกับนักมวยปล้ำที่ไม่มีประสบการณ์อย่างเมเบิ้ลก็ทำให้เขาดูแย่ในช่วงเวลา 358 วันที่ครองแชมป์ได้อีกด้วยติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                การเป็นหน้าตาสมาคมของ ดีเซล นั้นเริ่มต้นขึ้นในการชิงแชมป์โลกกับบ็อบ แบคลันเจ้าของตำแหน่งในขณะนั้น โดยเจ้าตัวสามารถจัดการแบคลันด้วยแจ็คไนฟ์พาวเวอร์บอมบ์ไปได้อย่างรวดเร็วเพียง 8 วินาทีเท่านั้นที่สนามเมดิสัน สแควร์ การ์เด้น ก่อนที่ต่อมาเขาจะมีคิวป้องกันแชมป์กับเบรท ฮาร์ทที่จบลงด้วยผลเสมอและการเจอกับเพื่อนอย่างชอว์น ไมเคิลส์ในเรสเซิลมาเนียครั้งที่ 11 โดยเป็นทางแชมป์ที่ป้องกันไปได้อีกครั้งด้วยท่าแจ็คไนฟ์                หลังจากนั้นทางสมาคมก็พยายามปั้นให้ดีเซลเจอกับนักมวยปล้ำที่รูปร่างใกล้เคียงหรือตัวใหญ่กว่าเขา ซึ่งสุดท้ายแชมป์โลกคนนี้จะต้องเจอกับไซโคซิดและคิงเมเบิ้ลในเวลาต่อมา แต่ทว่าแมตช์ของเขากับเมเบิ้ลนั้นกลับไม่ประสบความสำเร็จและโดนแฟนๆ วิจารณ์ว่าเป็นแมตช์ที่ยอดแย่อีกแมตช์ของเจ้าตัว จนกระทั่งเขามาเสียแชมป์ให้กับเบรท ฮาร์ทนักมวยปล้ำมากฝีมือจากแคนาดาและปิดฉากการอยู่บนจุดสูงสุดนานเกือบปีอีกด้วย ดีเซล เสียแชมป์ไปแล้วเขากลับมีบทบาทที่ดีขึ้น                กลายเป็นว่าเมื่อดีเซลเสียแชมป์ไปแล้ว เขากลับมีบทบาทที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นการสู้กับดิ อันเดอร์เทคเกอร์ในเรสเซิลมาเนียครั้งที่ 12 ที่กอบกู้ชื่อเสียงของเขากลับมาอีกครั้ง แม้ว่าต่อมาเขาจะลาออกจากสมาคมและกลับไปใช้ชื่อจริงอย่างเควิน แนชพร้อมเป็นผู้ต่อกรกับสมาคมเก่าอย่างยาวนานไปถึง 5 ปีด้วยกัน

รูเซฟ
มวย

รูเซฟ กับแมตช์ชิงแชมป์สหรัฐอเมริกันที่ไม่คู่ควรในกรงเหล็กนรก

แม้ว่าชื่อเสียงแมตช์ชื่อดังนี้จะมาจากความโหดเหี้ยมในสมัยที่ดิ อันเดอร์เทคเกอร์เป็นผู้ขึ้นปล้ำในกติกานี้ก็ตาม แต่ทว่าในปี 2016 นั้นกลับเป็นทาง รูเซฟ เจ้าของแชมป์สหรัฐอเมริกาในขณะนั้นต้องขึ้นสู้ในกรงเหล็กนรกกับโรมัน เรนส์ผู้ท้าชิงและพระเอกคนเก่งของสมาคม โดยที่ไม่มีปมความแค้นอะไรเลยจนทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของกติกานี้หายไป เหลือเพียงแต่ชายสองคนที่บังเอิญเข้ามาสู้กันในกรงเท่านั้นเองติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                 เรื่องราวของแมตช์ชิงแชมป์สหรัฐอเมริการะหว่าง รูเซฟ กับโรมัน เรนส์นั้นเริ่มต้นจากทั้งคู่ที่มีคิวต้องเจอกันในซัมเมอร์สแลมแต่กลับอัดกันจนสุดท้ายกรรมการต้องสั่งยกเลิกแมตช์ไป ก่อนที่ในรายการอว์นั้นโรมันจะมีโอกาสไปท้าชิงแชมป์ยูนิเวอร์ซัล แต่กลับจบลงด้วยความพ่ายแพ้ หลังจากที๋โดนนักมวยปล้ำเชื้อสายบังแกเรียมาหันเหความสนใจ จนกระทั่งในรายการแคลชออฟแชมป์เปี้ยนส์นั้นจะเป็นทางโรมันที่คว้าแชมป์และล้างแค้นได้สำเร็จ                หลังจากที่รูเซฟเสียแชมป์ไปได้หนึ่งวัน เขาก็มีโอกาสทวงเข็มขัดคืนทันที แต่สุดท้ายแมตช์ก็จบลงด้วยการขึ้นเวทีไม่ทันของสองคนและเป็นทางโรมัน เรนส์ที่ป้องกันแชมป์ไป จนกระทั่งทางแชมป์เก่าได้มาเล่นงานโรมันอีกครั้งและคราวนี้ทางแชมป์คนใหม่จะท้าให้ทั้งสองสู้กันในกรงเหล็กนรกนี้ โดยในตัวแมตช์ทั้งสองก็สู้กันอย่างสนุก แล้วก็เป็นพระเอกของค่ายที่ใช้สเปียร์จับกดนับสามและป้องกันแชมป์ไปได้ในที่สุด รูเซฟ กับโรมัน เรนส์นั้นเริ่มต้นจากทั้งคู่ที่มีคิวต้องเจอกันในซัมเมอร์สแลม                เมื่อเทียบแมตช์ในอดีตอย่างการเจอกันของอันเดอร์เทคเกอร์กับชอว์น ไมเคิลส์หรือแมนคายแล้วนั้น ความเข้มข้นของเนื้อเรื่องถือว่าเทียบกันไม่ได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องของแมนคายที่มีเรื่องกันมามากกว่าสองปี ส่วนแมตช์ของรูเซฟกับโรมัน เรนส์มีเรื่องกันเพียงสองเดือนเท่านั้น เรียกได้ว่าควรเป็นแมตช์ชิงแชมป์แบบปกติและไม่ต้องใช้กรงเหล็กนรกนี้ด้วยซ้ำ

แมตต์ บลูม
มวย

แมตต์ บลูม นักมวยปล้ำสามบทบาทที่ไม่ประสบความสำเร็จ

ข่าวกีฬาล่าสุดพูดถึงชื่อขอ แมตต์ บลูม ที่เป็นผู้ฝึกสอนของศูนย์ฝึกมวยปล้ำอาจไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่นัก แต่หากเอ่ยชื่อว่าอัลเบิร์ตอาจทำให้แฟนมวยปล้ำยุคปลาย 90 พอจะรู้จักกันบ้าง สำหรับอดีตแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัลหนึ่งสมัยที่เป็นที่คุ้นหน้าสำหรับแฟนมวยปล้ำเจนวายนั่น เจ้าตัวถือเป็นคนที่เปลี่ยนบทบาทหลักๆ ถึงสามครั้งในสมาคมเดียว แม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะไม่ประสบความสำเร็จไปมากกว่าแชมป์เส้นรองก็ตาม                สำหรับบทบาทแรกของ แมตต์ บลูม นั้นก็คือช่างเจาะตัวที่ชื่อพรินซ์อัลเบิร์ตที่มจับคู่กับดรอซนักมวยปล้ำดาวรุ่ง แต่ทว่าหลังจากอาการบาดเจ็บของดรอซแล้ว ทางบลูมก็ได้เปลี่ยนไปจับคู่กับเทสต์นักมวยปล้ำร่างใหญ่อีกคนแทน แม้ว่าในการปล้ำแทคทีมจะทำให้เขาไม่ได้แชมป์อะไรติดมือมา แต่ทว่าในปี 2001 นั้นเจ้าตัวก็ไปถึงจุดสูงสุดในอาชีพจนได้เมื่อเขาสามารถเอาชนะเคนและคว้าแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัลไปได้จากการช่วยเหลือของดีดีพีนั่นเอง                หลังจากการเป็นอัลเบิร์ตเริ่มจืดจาง บลูมเลยตัดสินใจเปลี่ยนบทบาทอีกครั้งเป็นเอเทรนจากการคำแนะนำของพอล เฮย์แมน ก่อนที่เอเทรนจะกลายเป็นนักมวยปล้ำจอมโหดที่แมตช์สนุกกับคริส เบนวา แต่ทว่าเขาเกิดอาการบาดเจ็บที่ที่หัวไหล่จนต้องพักการปล้ำและถูกปล่อยตัวออกจากสมาคม จนกระทั่งในปี 2012 ที่เขากลับมาอีกครั้งในฐานะนักมวยปล้ำเชื้อสายญี่ปุ่นอย่างลอร์ดเทนไซ แต่ทว่าคนดูกลับจำภาพลักษณ์สมัยปี 2001 ได้จนทำให้เขาไม่ได้แจ้งเกิดอีกครั้ง แมตต์ บลูม นั้นก็คือช่างเจาะตัวที่ชื่อพรินซ์อัลเบิร์ต                น่าเสียดายที่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของอัลเบิร์ตเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นในฐานะไจแอนด์ เบอร์นาร์ด แต่ทว่าทั้งสามบทบาทในสมาคมเวิล์ดเรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์กลับไม่ได้ช่วยให้เขาไปจนถึงแชมป์โลกได้ แม้ว่าครั้งหนึ่งจะเอาชนะจอห์น ซีน่าพระเอกของค่ายในเวลานั้นก็ตาม โดยปัจจุบันอดีตแชมป์อินเตอร์คนนี้ก็มีหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนนักมวยปล้ำใหม่ในสมาคมนั่นเอง

โคตะ อิบูชิ
มวย

โคตะ อิบูชิ กับชัยชนะจีวันสองสมัยติดต่อกันในนิวเจแปนอย่างจีวันไคลแมกซ์

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้ถือเป็นชัยชนะที่สวยงามอีกครั้งสำหรับ โคตะ อิบูชิ ที่สามารถคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์สุดโหดของนิวเจแปนอย่างจีวันไคลแมกซ์ไปได้สำเร็จ หลังจากที่สามารถเอาชนะซานะดะได้ในรอบชิงชนะเลิศ โดยเจ้าตัวถือว่าเป็นแชมป์สองสมัยติดต่อกันเลยทีเดียวและเป็นนักมวยปล้ำคนที่สามต่อจากมาซาฮิโร่ โชโนะและฮิโรโยชิ เทนซานที่สามารถทำได้ โดยอดีตแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัลยังเป็นนักมวยปล้ำคนเดียวที่คว้าแชมป์สามทัวร์นาเมนต์ได้อีกด้วย                สำหรับชัยชนะทัวร์นาเมนต์จีวันครั้งแรกของ โคตะ อิบูชิ นั้นเกิดขึ้นในปี 2019 ที่เขาต้องปล้ำในบล็อกเอและต้องเจอกับคู่แข่งอย่างคาซูชิกะ โอคาดะและฮิโรชิ ทานาฮาชิ แต่สุดท้ายเขาก็สามารถทำแต้มได้ถึง 14 คะแนนและมีผลการแข่งขันดีกว่าโอคาดะที่เจ้าตัวเอาชนะมาได้ในวันสุดท้ายของการแข่งขันจนกลายเป็นแชมป์ของบล็อกเอแล้วมีโอกาสไปเจอกับเจย์ ไวท์ในรอบชิงชนะเลิศก่อนที่จะกลายเป็นโคตะเองที่เอาชนะพร้อมคว้าสิทธิชิงแชมป์ไปได้                แม้ว่าอิบูชิจะมีฟอร์มที่ร้อนแรงก็ตาม แต่แชมป์โลกของสมาคมนิวเจแปนขณะนั้นคือโอคาดะผู้แข็งแกร่งนั่นเอง ก่อนที่เขาจะพ่ายแพ้ไปเมื่อใช้สิทธิในรายการเรสเซิลคิงด้อมครั้งที่ 14 จนกระทั่งในปี 2020 นั้นเขาได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์นี้อีกครั้งพร้อมกับเป็นแชมป์บล็อกเออย่างขาดลอยด้วย 14 คะแนนเช่นเดิม ก่อนที่เขาจะไปเจอกับนักมวยปล้ำมาแรงอีกคนอย่างซานาดะ แต่ยังเป็นทางอดีตแชมป์อินเตอร์ที่สามารถเอาชนะไปได้นั่นเอง                ขณะนี้แฟนๆ ของอิบูชิก็คงได้แต่หวังให้นักมวยปล้ำที่ถูกขนานนามว่าเป็นดวงดาวแห่งวงการจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพด้วยการเป็นแชมป์โลกของสมาคมนิวเจแปนให้ได้เสียที หลังจากที่เคยพลาดท่ามาแล้ว โดยคู่ต่อสู้ของเขาในคราวนี้ก็คือเทตศึยะ ไนโตะที่มักจะขับเคี่ยวกันมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอีกด้วย

คิงฮาคุ
มวย

คิงฮาคุ นักมวยปล้ำผู้แข็งแกร่งเนื่องจากตลอดอาชีพของเขาก็มีความสำเร็จ

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้ขอเสนอชื่อของ คิงฮาคุ นั้นอาจจะไม่ได้โด่งดังมากมายสำหรับแฟนมวยปล้ำเท่าไหร่นัก เนื่องจากตลอดอาชีพของเขาก็มีความสำเร็จเพียงแต่อดีตแชมป์ฮาร์ดคอร์และแชมป์แทคทีมของสมาคมใหญ่เท่านั้น แต่ทว่าชื่อเสียงของเขากลับเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากวีรกรรมของเขาที่มักถูดพูดถึงในฐานะนักมวยปล้ำที่แข็งแกร่งและความสามารถในการต่อสู้ในชีวิตจริงทุกครั้งที่เขามีเรื่องกับคนนอกสังเวียนนั่นเอง                วีรกรรมแรกที่ผู้คนพูดถึง คิงฮาคุ ก็คือเหตุการณ์ในปี 1989 หลังจากที่พวกเขาเลิกรายการปล้ำแล้ว เป็นทางเจ้าตัวกับซิวา อาฟี่เดินทางไปบาร์แห่งหนึ่งและมีคนไปพูดต่อหน้าเขาว่ามวยปล้ำมันเป็นแค่ของปลอม ก่อนที่ทั้งสองคนจะจัดการชายทั้งสี่ที่มาหาเรื่องเขา พร้อมกับกัดจมูกหนึ่งในนั้นจนขาดพร้อมกับเล่นงานทุกคนที่เหลือจนมีแค่เขากับอาฟี่ที่สามารถเดินออกจากร้านไปได้ด้วยตัวเองในคืนนั้นที่บัลติมอร์                อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ฮาคุถูกยกย่องว่าเป็นชายที่น่ากลัวมากก็คือเรื่องราวที่เควิน ซูลิแวนได้เล่าผ่านรายการของเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์ว่า ครั้งหนึ่งเขากับอดีตแชมป์ฮาร์ดคอร์ได้ไปหาเวลานอกดื่มกันก่อนจะกลับโรงแรม แต่มีคนในบาร์มาหาเรื่องพวกเขา จนทางฮาคุได้เข้าไปบีบคอชายคนนั้นทันที ก่อนที่จะมีอีกคนเข้ามาและโดนอัดจนสลบไป พร้อมกับคนสุดท้ายที่โดนเขากัดจนเนื้อหลังหลุดออกมาเลยทีเดียว วีรกรรมแรกที่ผู้คนพูดถึง คิงฮาคุ ก็คือเหตุการณ์ในปี 1989                ด้วยความโหดของคิงฮาคุนี้เองทำให้ทางอังเดร เดอะ ไจแอนด์ยักษ์ใหญ่สูงกว่า 7 ฟุตยังต้องกลัวเขาเลยทีเดียว แต่ทว่าทางบ็อบบี้ ฮีแนนยังได้ออกมาเปิดเผยว่าจริงๆ แล้วอดีตแชมป์ฮาร์ดคอร์คนนี้เป็นคนอ่อนโยนมากและรักครอบครัวมากกว่าสิ่งอื่นๆ แต่เขาก็ต้องรักษาวงการมวยปล้ำไว้ด้วยอีกเช่นกัน

คริส เบนวา
ข่าวกีฬาทั่วไป มวย

คริส เบนวา กับ เควิน ซูลลิแวน ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวของพวกเขา

ข่าวกีฬาล่าสุดในช่วงปี 1997 นั้นในค่ายเวิลด์แชมป์เปี้ยนชิพเรสลิ่งนั้นมีเรื่องราวที่ดุเดือดอย่างมากระหว่าง คริส เบนวา กับเควิน ซูลลิแวนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวของพวกเขา ซึ่งมีภรรยาของเควินในชีวิตจริงมามีส่วนร่วมด้วย โดยเป็นทางซูลิแวนที่เป็นคนเขียนเนื้อเรื่องนี้เองกับมือให้ทั้งสองคนนั้นมีโอกาสใกล้ชิดกันจนเลยเถิดและทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับภรรยาต้องพังลงอย่างไม่คาดคิดเลยทีเดียว                จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้นั้นเกิดขึ้นจากไบรอัน พิลล์แมนที่เป็นเพื่อนร่วมทีมของ คริส เบนวา แต่ทว่าเจ้าตัวกลับลาออกไปจากสมาคมเสียก่อน จนทำให้นักมวยปล้ำชาวแคนาดาต้องมาต่อบทกับซูลลิแวนแทน ซึ่งทางนักเขียนบทของค่ายก็ได้วางเนื้อเรื่องให้ภรรยาทิ้งเขาไปอยู่กับคู่กรณีแทนและด้วยเหตุนี้เองทำให้ทั้งสองคนต้องเดินทางและอาศัยอยู่ด้วยกันบ่อยๆ เพื่อความสมจริงตามบทบาทนั่นเอง                แต่ทว่าเพื่อความสมจริงนี่เองทำให้ทางคริส เบนวากับแนนซี่หรือวูแมนตามชื่อในวงการได้เกิดรักกันขึ้นมาจริงๆ ในชีวิตส่วนตัว ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง เจ้าตัวต้องขึ้นปล้ำกับสามีของเธอไปอีกหลายเดือนในสมาคมด้วย จนกระทั่งทั้งสองมีแมตช์ร่วมกันในรายการแบชแอตเดอะบีชที่มีอาชีพของทั้งคู่เป็นเดิมพัน โดยเป็นทางนักเขียนบทอย่างซูลลิแวนที่แพ้ไปหลังจากโดนเล่นงานด้วยท่าเฮดบัตต์                หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทางเบนวาก็เริ่มประสบความสำเร็จในวงการมากขึ้นพร้อมกับแต่งงานกับแนนซี่ในเวลาต่อมา ส่วนทางเควิน ซูลลิแวนนั้นก็กลายเป็นนักเขียนบทอย่างเต็มตัว แม้ว่าในชีวิตส่วนตัวของเขาจะต้องเลิกกับภรรยาก็ตาม แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของเขาทำให้ทั้งสองยังร่วมงานกันได้อยู่จนถึงปี 2000 ก่อนที่นักมวยปล้ำชาวแคนาดาจะยังไม่ไว้ใจซูลลิแวนที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าและขอลาออกไปเองในที่สุด ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป

นักมวยปล้ำ
มวย

นักมวยปล้ำ เหินเวหาในตำนานที่โลดแล่นมากว่า 20 ปีสำหรับชายที่ชื่อว่าร็อบแวนแดม

นับว่าเป็น นักมวยปล้ำ เหินเวหาในตำนานที่โลดแล่นมากว่า 20 ปีสำหรับชายที่ชื่อว่าร็อบแวนแดม อดีตแชมป์โลกของสมาคม WWE และ ECW ที่เคยเป็นตัวชูโรงจากทั้งสองค่ายในยุค 90 และ 2000 จนเป็นที่จดจำของแฟน นักมวยปล้ำ แต่ทว่าหลังจากที่เจ้าตัวมีการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรและต้องย้ายจากค่ายใหญ่ไปสู่ค่ายลำดับกลางอย่างอิมแพคเรสลิ่ง ก่อนจะลาออกไปในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ติดตามในข่าวกีฬาล่าสุด                 ชื่อของร็อบแวนแดมได้แจ้งเกิดในสมาคมเล็กๆ ในเมืองฟิลาเดลเฟียอย่าง ECW ที่นำโดยพอล เมย์แมนเป็นเจ้าของและผู้บริหารของสมาคม ด้วยความสามารถที่ต่างออกไปจากคนอื่นของแวนแดมทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักมวยปล้ำตัวหลักของค่าย ก่อนที่จะมีโอกาสคว้าแชมป์โทรทัศน์ได้นานกว่าสองปี จนกระทั่งวันที่สมาคมต้องถูกปิดตัวไปจากหนี้สินที่เกิดจากความผิดพลาดของเฮย์แมนเองในปี 2001                หลังจากที่ร็อบแวนแดมได้ย้ายมาสู่ WWE เจ้าตัวก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นจนกระทั่งมีโอกาสได้ขึ้นปล้ำชิงแชมป์โลกอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งในปี 2006 ที่นักมวยปล้ำเหินเวหาคนนี้สามารถคว้ากระเป๋ามันนี่อินเดอะแบงค์เพื่อสิทธิการชิงแชมป์ WWE จนกระทั่งเจ้าตัวทำสำเร็จด้วยการเอาชนะจอห์น ซีน่าไปในรายการคืนสู่เหย้าของชาว ECW นั่นเอง ก่อนที่ข่าวการใช้สารกระตุ้นและกัญชาของแวนแดมจะถูกเผยแพร่ออกไปจนโดนสมาคมแบนและย้ายออกไปอยู่อิมแพคเรสลิ่งในเวลาต่อมา                ด้วยความที่ออกปล้ำบนเวทีอยู่นานหลายสิบปีของร็อบแวนแดมทำให้เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากในปี 2020 ว่าเขาหมดไฟกับวงการมวยปล้ำไปแล้ว เหลือเพียงแต่การหาเงินและความอยากอวดที่เป็นนิสัยของเขามานานแล้ว ซึ่งด้วยเหตุนี้เองทำให้นักมวยปล้ำอดีตแชมป์โลกสองสมัยได้ขอแยกทางกับสมาคมอย่างอิมแพคเรสลิ่งที่เคยร่วมอยู่หลายปีและจะกลับไปทำรายการพอดแคสเหมือนเดิม

เจฟฟ์ ฮาร์ดี้
ข่าวกีฬาทั่วไป มวย

เจฟฟ์ ฮาร์ดี้ กับการเสพย์ติดของมึนเมาจนชีวิตเกือบล้มเหลว

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้ไม่มีแฟนมวยปล้ำคนไหนไม่รู้จัก เจฟฟ์ ฮาร์ดี้ นักมวยปล้ำจากรัฐนอร์ธ คาโรไลน่าที่สร้างชื่อเสียงมาจากการเป็นแชมป์แทคทีมคู่กับพี่ชายตัวเองอย่างแมตต์รวมถึงการปล้ำไต่บันไดจนทำให้เขากลายเป็นที่จดจำและสามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึงสามเส้นไม่ว่าจะเป็นแชมป์ WWE, แชมป์โลกเฮฟวี่เวทและแชมป์โลกจาก TNA แต่ทว่าในชีวิตเขากลับไม่สามารถยืนระยะในการเป็นหน้าตาของสมาคมได้เลย สาเหตุก็มาจากพฤติกรรมส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับของมึนเมานั่นเอง                หลังจากที่ เจฟฟ์ ฮาร์ดี้ ได้แชมป์ WWE และแชมป์โลกไปไม่ถึงปีเขาก็ขอลาออกจากสมาคม หลังจากที่เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มไม่สมบูรณ์เหมือนเดิมและต้องพักการปล้ำไป ทว่าช่วงนั้นเองที่เจฟฟ์กลับถูกตำรวจจับและดำเนินคดีในข้อหามีสารเสพย์ติดและของมึนเมาไว้ในครอบครอง จนถูกดำเนินคดีและต้องจำคุกในปี 2011 ถึง 10 วัน เจฟฟ์ ฮาร์ดี้ นักมวยปล้ำจาก WWL                ทว่าเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ชื่อเสียงของเจฟฟ์ ฮาร์ดี้ต้องพังลงไปเกิดขึ้นในปี 2011 นี้เองที่เขาซึ่งเป็นแชมป์โลก TNA ในขณะนั้นต้องขึ้นป้องกันแชมป์กับไอดอลในวัยเด็กของเขาอย่างสติง แต่เจ้าตัวกลับสร้างเรื่องเริ่มจากการเปิดตัวที่เขาเดินออกมาช้าผิดปกติ พร้อมท่าทางที่ดูไม่พร้อมขึ้นปล้ำเอาซะเลย จนทางเอริค บิชชอฟฟ์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารสมาคมจะเข้ามาแก้สถานการณ์แล้วส่งสัญญาณให้สติงรีบจบแมตช์โดยเร็วที่สุด ก่อนที่นักมวยปล้ำจอมเพ้นท์หน้าจะรีบใช้ท่าไม้ตายแล้วจับกดจนกลายเป็นแชมป์โลกคนใหม่ในที่สุด หลังจากนั้นไม่นานทางสมาคมจึงสั่งพักงานเจ้าตัวจากการเสพย์ของมึนเมาก่อนขึ้นปล้ำนั่นเอง                ด้วยความสามารถของเจฟฟ์และการบำบัดของเขาเอง จึงทำให้อาชีพของฮาร์ดี้คนน้องยังเหลืออนาคตอยู่โดยปัจจุบันเขาได้กลับไปปล้ำให้สมาคมต้นกำเนิดอย่าง WWE และครองแชมป์อินเตอร์คอนทิเนทัลอยู่เป็นสมัยที่ 5 ในอาชีพ รวมทั้งเขายังคงมีความฝันจะครองแชมป์โลกอีกสักสมัยก่อนจะจบอาชีพในอนาคตอันใกล้นี้