ฮิตแมน
มวย

ฮิตแมน ในตำนานนี้ก็มาจากข้อแนะนำของวินซ์ แมคแมนนั่นเอง

ข่าวกีฬาล่าสุดในตอนนี้หากพูดถึงชื่อของเบรท ฮาร์ทแล้ว หลายคนก็คงต้องคิดถึงท่าไม้ตายอย่างชาร์ปซูเตอร์ที่กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของตระกูลฮาร์ทจนทำให้เกิดการใช้ท่าล็อคขาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นทางโอเว่นน้องชาย ไทสันคิดหลานเขยของเขา อีกทั้งเซซาโร่ที่ยังใช้ท่านี้เพื่อระลึกถึงเพื่อนรักที่บังเอิญต้องเลิกปล้ำไปจากอาการบาดเจ็บ แต่ที่มาของท่าล็อค ฮิตแมน ในตำนานนี้ก็มาจากข้อแนะนำของวินซ์ แมคแมนนั่นเอง                ด้านจุดเริ่มต้นของท่าไม้ตายอย่างชาร์ปชูตเตอร์นั้น มาจากช่วงที่เบรท ฮาร์ทได้กลายเป็นนักมวยปล้ำเดี่ยวและกำลังได้รับการผลักดันขึ้นมา โดยทางวินซ์ แมคแมนและแพท แพทเทอสันได้เสนอให้เจ้าตัวใช้ท่าล็อคปิดบัญชีสักท่าหนึ่ง ก่อนที่สุดท้ายชื่อของสกอเปี้ยน เดธล็อคจะเกิดขึ้นมา ซึ่งทางเบรทจะต้องไปทบทวนดูและสอบถามเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ ว่ารู้จักการใช้ท่านี้หรือไม่                เมื่อทางเบรท ฮาร์ทตัดสินใจจะใช้ท่าไม้ตายนี้แล้วนั้น เขากลับไม่สามารถไปหาข้อแนะนำจากคนอื่นๆ ได้เลย จนกระทั่งเขาบังเอิญไปเจอกับคอนแนนนักมวยปล้ำในตำนานชาวเม็กซิกันที่ได้ช่วยสอนเขาในห้องน้ำของสนามแห่งหนึ่ง จนทำให้ ฮิตแมน ตัดสินใจเลือกใช้ท่าชาร์ปชูตเตอร์นี้ในที่สุด พร้อมกับสร้างตำนานทางล็อคขาที่ส่งต่อผู้คนที่เกี่ยวข้องไปมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือโอเวน ฮาร์ทและเดอะร็อคอีกด้วย ฮิตแมน ตัดสินใจเลือกใช้ท่าชาร์ปชูตเตอร์นี้ในที่สุด                เรียกได้ว่าเป็นท่าไม้ตายที่ติดตัวของฮิตแมนไปตลอดชีวิต แม้ว่าความจริงแล้วเขาจะไม่ใช่ผู้คิดค้นท่าล็อคขานี้ แต่เป็นทางริกิ โชซูที่คิดค้นท่านี้ในประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่สติงจะสร้างชื่อให้กับท่านี้ผ่านสมาคมดับเบิ้ลยูซีดับเบิ้ลยูในชื่อสกอเปี้ยน เดธล็อคนั่นเอง

เรเซอร์ รามอน
มวย

เรเซอร์ รามอน กับวันทูทรีคิดที่ฝ่ายหลังสามารถเอาชนะเขาได้จนโด่งดัง

ข่าวกีฬาล่าสุดว่ากันว่าการเอาชนะใครสักคนก็ทำให้นักมวยปล้ำคนนั้นกลายเป็นที่น่าสนใจขึ้นมาได้ทันที ซึ่งนั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่าง เรเซอร์ รามอน กับวันทูทรีคิดที่ฝ่ายหลังสามารถเอาชนะเขาได้จนโด่งดังขึ้นมาทันทีในรายการรอว์ ก่อนที่ต่อมาทั้งสองจะมีการพลิกบทบาทกัน จนกระทั่งต้องไปจบเรื่องราวในรายการอินยัวร์เฮาส์ครั้งที่หกจากติกาครายเบบี้ ซึ่งไม่น่าจบจำเท่าไหร่นัก                จนเริ่มต้นของคิดนั้นได้เข้ามาสู่ค่ายดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูเอฟในปี 1993 ด้วยชื่อไลท์นิ่งคิดและคามิคาเซ่คิด ก่อนที่จะมีโอกาสได้สู้กับ เรเซอร์ รามอน ที่เป็นนักมวยปล้ำระดับสูงอยู่ขณะนั้นและสามารถเอาชนะไปได้แบบไม่มีใครคาดคิดจากท่ามูนซอลจับกดนับสามไปได้ ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานทางคิดก็ได้เริ่มได้รับการผลักดันพร้อมกับเป็นแชมป์แทคทีมคู่กันมาร์ตี้ เจนเนตตี้และบ็อบ ฮอลลี่ได้คนละสมัย                หลังจากที่การครองแชมป์แทคทีมเกิดขึ้นได้ไม่นานนั้น ทางเรเซอร์ รามอนก็ตัดสินใจมาจับคู่กับวันทูทรีคิดเมื่อหาทางให้อดีตคู่ปรับกลับมาเป็นแชมป์อีกครั้ง แต่ทว่าทีมของพวกเขาไม่ประสบความสำเร็จก่อนที่ทางคิดจะหักหลักรามอนในแมตช์ที่ฝ่ายหลังเจอกับไซโคซิดจนทำให้ทั้งคู่ต้องมาเจอกันเองในกติกาครายเบบี้หรือจับใส่ผ้าอ้อมเด็ก โดยผู้แพ้ของแมตช์ก็กลายเป็นคิดที่โดยเอาคืนนั่นเอง เรเซอร์ รามอน ก็หมดสัญญากับสมาคมและย้ายออกไปพร้อมกับเพื่อนรักอย่างดีเซล                เมื่อจบเรื่องราวของทั้งสองไปนั้นทางเรเซอร์ รามอนก็หมดสัญญากับสมาคมและย้ายออกไปพร้อมกับเพื่อนรักอย่างดีเซล ส่วนทางวันทูทรีคิดนั้นก็มีปัญหาติดยาแก้ปวดจนทำให้ต้องเข้ารับการบำบัดในช่วงเวลาเดียวกัน ก่อนที่ทั้งสองจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งในกลุ่มที่ชื่อว่านิวเวิลด์ออร์เดอร์ในปี 1996 นั่นเอง

เอริค โรแวน
มวย

เอริค โรแวน อดีตสมาชิกของทีมไวแอตแฟมมิลี่ที่เพื่อนคนอื่นๆ

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้นับเป็นนักมวยปล้ำที่ไม่ประสบความสำเร็จอยู่คนเดียว สำหรับ เอริค โรแวน อดีตสมาชิกของทีมไวแอตแฟมมิลี่ที่เพื่อนคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเบรย์ ไวแอตที่เคยเป็นแชมป์โลกถึงสามสมัยและยังอยู่ในฐานะนักมวยปล้ำระดับสูง บรอน สโตรว์แมนอดีตแชมป์จักรวาลในต้นปีที่ผ่านมา อีกทั้งลุค ฮาร์เปอร์ที่กลับไปใช้บทบาทเดิมอย่างโบรดี้ ลีและคว้าแชมป์ทีเอนทีไปได้ในช่วงกลางปี แต่ทว่าเอริคกลับไม่มีอะไรจดจำไปมากกว่าการเจอกับบิ๊กโชว์ในแมตช์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ                ย้อนกลับไปในปี 2012 นั้นทาง เอริค โรแวน ได้จับคู่กับลุค ฮาร์เปอร์ในนามของครอบครัวไวแอต ก่อนที่ทั้งสองจะสามารถคว้าแชมป์แทคทีมของค่ายเอนเอกซ์ทีไปได้ในปี 2012 ก่อนที่เวลาต่อมาทีมไวแอตจะถูกเลื่อนชั้นขึ้นไปอยู่รายการหลักเป็นเวลาถึง 2 ปีก่อนที่เบรย์ผู้เป็นหัวหน้าจะปลดปล่อยให้ฮาร์เปอร์กับเอริคแยกออกไปตามทางของตัวเอง โดยที่ทั้งสองยังไม่เคยคว้าแชมป์แทคทีมกลับมาได้อีกเลยในเวลานั้น                เส้นทางในฐานะนักมวยปล้ำเดี่ยวของเอริค โรแวนนั้นถือว่าไม่มีอะไรน่าจดจำมากนัก นอกจากการเข้าร่วมในทีมของจอห์น ซีน่าเพื่อเจอกับกลุ่มของผู้มีอำนาจอย่างทริปเปิ้ลเอชที่เขาได้มีโอกาสเจอกับลุค ฮาร์เปอร์เป็นครั้งแรกในฐานะคู่ต่อสู้ ก่อนที่ทีมของเขาจะชนะไป แต่เขาได้ไปมีบทบาทกับบิ๊กโชว์แทนจนทำให้เกินแมตช์บันไดเหล็กหรือบันไดขึ้นเวทีขนาดใหญ่นั่นเอง ที่สุดท้ายทางฝ่ายหลังที่เอาชนะไปได้ เอริค โรแวน ได้จับคู่กับลุค ฮาร์เปอร์ในนามของครอบครัวไวแอต                หลังจากเนื้อเรื่องของโรแวนกับบิ๊กโชว์จบลงแล้วนั้น ทางเอริคก็ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรอีกเลย จนกระทั่งต้องกลับไปร่วมทีมกับลุค ฮาร์เปอร์อีกครั้งในฐานะบันเจี้ยน บราเธอร์สพร้อมคว้าแชมป์แทคทีมมาได้อีกสมัย ก่อนที่ต่อมาพวกเขาทั้งคู่จะถูกปล่อยตัวไปจากสมาคมในปี 2019 และ 2020 นั่นเอง

คริส เจอริโก้
มวย

คริส เจอริโก้ จะเป็นนักมวยปล้ำที่รับความนิยมอยู่ตลอดเวลา

แม้ว่าทาง คริส เจอริโก้ จะเป็นนักมวยปล้ำที่รับความนิยมอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะรับบทเป็นธรรมะหรือฝ่ายอธรรมก็ตาม แต่ทว่าเจ้าตัวได้เปิดเผยว่าครั้งหนึ่งเขาได้ขอให้สมาคมหยุดจำหน่ายสินค้าที่มีคำพูดของเขาไปทำเป็นเสื้อเพื่อขายแฟนๆ โดยเด็ดขาด ซึ่งเหตุผลก็เขาก็เป็นเพราะว่าตัวเองเป็นผู้ร้ายบนเวทีนั่นเอง จนรู้ว่าไม่ควรมีแฟนมวยปล้ำหลายคนมาเลียนแบบเขาเพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                ย้อนกลับไปในปี 2016 นั้น เป็นช่วงเวลาที่ คริส เจอริโก้ ได้รับความนิยมอย่างมาก จากบทบาทที่เขาใช้รายชื่อหรือเดอะลิสต์เพื่อสร้างความหงุดหงิดให้กับผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นการใส่ชื่อคนที่เขาไม่ชอบหรือแฟนที่มาชมในสนาม อีกทั้งการด่าคนอื่นว่าเป็นไอ้โง่เง่าจนทำให้คนดูเริ่มชื่นชอบและขอร้องให้สมาคมทำเสื้อที่มีคำพูดเหล่านั้นออกมาจำหน่าย แต่ทว่าคริสกลับเลือกที่จะไม่ทำตามที่หลายคนเรียกร้อง                สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คริส เจอริโก้ที่กำลังเป็นฝ่ายอธรรมคู่กับเควิน โอเวนนั้นไม่ทำเสื้อออกมาก็เพราะว่าเขาไม่ต้องการเห็นแฟนๆ ใส่เสื้อที่มีคำพูดเหล่านั้นเพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องตลก ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นคำด่าที่คนไม่ชอบนั่นเอง รวมถึงการที่เขายังคงต้องการอนุรักษ์ความคลาสสิกของวงการต่อไปจนทำให้ไม่ต้องการคำพูดที่คนดูควรจะโห่ใส่มาชื่นชอบจนทำให้ไม่เกิดสินค้าใหม่ๆ ของคริสเลยนั่นเอง คริส เจอริโก้ ที่กำลังเป็นฝ่ายอธรรมคู่กับ เควิน โอเวน                แม้ว่าทางคริส เจอริโก้จะไม่ได้ผลิตเสื้ออะไรออกมาในฐานะฝ่ายอธรรมในเวลานั้นก็ตาม แต่ในปี 2019 ถึงปัจจุบันนั้นเขาก็ได้เปิดตัวกับสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งพร้อมกับสร้างกลุ่มอินเนอร์เซอร์เคิลที่ได้รับความนิยมอย่างมากจนเขาต้องยอมทำสินค้าออกมาและมีแฟนคอยติดตามอย่างมากมายอีกด้วย

ไคลี เรย์
มวย

ไคลี เรย์ นักมวยปล้ำที่ประกาศลาสังเวียนอีกครั้งหลังจากที่ต้องประสบปัญหา

ข่าวกีฬาล่าสุดตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าเศร้าอีกครั้งของวงการมวยปล้ำ เมื่อทาง ไคลี เรย์ นักมวยปล้ำสาวมากความสามารถที่ต้องลาออกจากสมาคมอิมแพคเรสลิ่งและวงการมวยปล้ำไปอีกครั้ง หลังจากที่เธอต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าอยู่เสมอนับตั้งแต่ขอลาออกจากสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งไปเมื่อปีก่อน จนกระทั่งรักษาตัวจนหายเพื่อกลับมาสู่ค่ายใหม่ในปี 2019 แต่ทว่าโรคตัวร้ายนี้อาจทำให้เธอไม่มีโอกาสขึ้นปล้ำอีก                ทางอาชีพนักมวยปล้ำของ ไคลี เรย์ นั้นได้เปิดตัวตั้งแต่ปี 2016 ก่อนที่เธอจะมีโอกาสได้ขึ้นปล้ำในสมาคมน้องใหม่มาแรงอย่างออลอีลีทเรสลิ่ง พร้อมได้ขึ้นปล้ำในรายการแรกของค่ายอย่างดับเบิ้ลออลนอทธิงอีกด้วย แต่ทว่าหลังจากที่มีการประกบคู่ระหว่างเรย์กับเลว่า เบทส์นั้น เธอก็ตัดสินใจลาออกจากสมาคมไปแบบไม่มีใครคาดคิด จนกระทั่งในปลายปี 2019 นั้นเธอก็ได้กลับมาขึ้นปล้ำอีกครั้ง                เมื่อไคลี เรย์ได้ย้ายมาอยู่ในสมาคมอิมแพคเรสลิ่งนั้น เธอก็กลายเป็นนักมวยปล้ำระดับสูงของสมาคมทันที พร้อมกับมีบทบาทจะได้ชิงแชมป์หญิงเจอกับดีโอน่า พูราชโซ่ในรายการบาวด์ฟอร์กลอรี่ปี 2020 อีกด้วย แต่ทว่าเธอไม่ได้ขึ้นปล้ำในค่ำคืนนั้น ก่อนจะมีคำประกาศของเธอว่า เจ้าตัวจะไม่ขอเรียกตัวเองว่าเป็นนักมวยปล้ำอีกแล้ว รวมทั้งจะขอพักการเล่นสังคมออนไลน์ไปชั่วคราวอีกด้วย ไคลี เรย์ ได้ย้ายมาอยู่ในสมาคมอิมแพคเรสลิ่ง                นับว่าเป็นที่น่าเสียดาย เมื่อช่วงเวลาที่ไคลี เรย์กำลังจะก้าวเข้าสู่ความสำเร็จในระดับโลกทั้งสองครั้งในสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งกับอิมแพคเรสลิ่ง แต่เธอก็ต้องเข้าพักรักษาตัวอีกครั้ง โดยแฟนมวยปล้ำคงได้แต่คาดหวังว่าเธอจะรักษาตัวจนหายและพร้อมกลับขึ้นปล้ำอีกครั้งหรือให้เธอเดินไปตามทางของตัวเองและประสบความสำเร็จในอนาคตนั่นเอง

ฟิน บาโลร์
มวย

ฟิน บาโลร์ อดีตแชมป์จักรวาลและเจ้าของตำแหน่งแชมป์เอนเอกซ์ทีคนปัจจุบัน

ข่าวกีฬาล่าสุดตอนนี้กลายเป็นเรื่องอาถรรพ์ก็ว่าได้สำหรับ ฟิน บาโลร์ อดีตแชมป์จักรวาลและเจ้าของตำแหน่งแชมป์เอนเอกซ์ทีคนปัจจุบันที่มักจะมีอาการบาดเจ็บเสมอ หลังจากที่ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในปี 2016 ที่เขามีคิวต้องขึ้นปล้ำกับเซธ โรลินส์หรือจะเป็นแมตช์ที่เจ้าตัวเจอกับไคล โอไรลีย์ในคู่เอกของรายการเทคโอเวอร์ที่ทำให้การครองแชมป์ใหญ่ของเขาไม่น่าจดจำเอาเสียเลย                สำหรับการเป็นแชมป์สูงสุดของ ฟิน บาโลร์ นั้นเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2016 ที่เจ้าตัวได้รับการดราฟต์มาสู่ค่ายรอว์ที่กำลังต้องการแชมป์คนใหม่ประจำรายการ ก่อนที่จะเกิดเข็มขัดที่ชื่อว่าแชมป์จักรวาลขึ้นมา โดยมีการจัดแมตช์หาผู้ท้าชิงขึ้นมาที่สุดท้ายจะเป็นฟินเข้ารอบไปเจอกับเซ็ธ โรลินส์ในรายการซัมเมอร์สแลม แม้ว่าสุดท้ายแล้วนักมวยปล้ำชาวไอริชคนนี้จะคว้าแชมป์เส้นใหม่ไปครองได้ก็ตาม แต่เจ้าตัวกลับได้รับอาการบาดเจ็บที่ไหล่จนทำให้ต้องสละแชมป์ในวันต่อมาทันที                เมื่อฟิน บาโลร์พักฟื้นร่างกายจนหายดีแล้ว เขาก็ได้กลับมาไล่ล่าเข็มขัดเส้นที่เขาไม่เคยแพ้ไปอีกครั้ง แม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะแพ้ไปในการสู้กับโรมัน เรนส์และบร็อค เลสเนอร์เพื่อชิงแชมป์เส้นนี้ก็ตาม จนในที่สุดทางสมาคมก็ตัดสินใจให้เขากลับมาสู่ค่ายเอนเอกซ์ทีที่เขาเคยสร้างชื่อเสียงมาก่อน ก่อนที่เขาจะมีโอกาสคว้าแชมป์ประจำค่ายอีกครั้ง เมื่อเขาเอาชนะอดัม โคลไปได้ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ฟิน บาโลร์ นั้นเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2016 ที่เจ้าตัวได้รับการดราฟต์มาสู่ค่ายรอว์                แม้ว่าเส้นทางของบาโลร์อาจจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ได้รับอาการบาดเจ็บอีกครั้งจากแมตช์ที่เขาสู้กับไคล โอไรลีย์ในรายการเทคโอเวอร์จนทำให้ต้องพักการปล้ำไปอีกครั้ง โดยที่อนาคตของเข็มขัดเส้นสีทองนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะก่อนหน้านี้ทางคาร์เรียน ครอสก็ต้องเจ็บจนสละแชมป์ไปเช่นกัน

อเล็กซ์ เชลลี่
มวย

อเล็กซ์ เชลลี่ ได้ตัดสินใจกลับมาสู่สมาคมอิมแพคเรสชลิ่งอีกครั้งในรายการสแลมมิเวอร์ซารี่ปี 2020

เป็นเรื่องที่ดีอีกครั้ง เมื่อทาง อเล็กซ์ เชลลี่ ได้ตัดสินใจกลับมาสู่สมาคมอิมแพคเรสชลิ่งอีกครั้งในรายการสแลมมิเวอร์ซารี่ปี 2020 พร้อมร่วมทีมกับคริส เซบินอีกครั้งในนามว่ามอเตอร์ซิตี้ แมทชีทกันส์ ก่อนจะคว้าแชมป์แทคทีมของสมาคมครองได้ ซึ่งทางอเล็กซ์นั้นเคยประกาศเลิกปล้ำไปแล้วครั้งหนึ่งในปี 2018 ก่อนที่เขาจะกลับมาพร้อมกับรักษาผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ทีมของเขากับเซบินถูกจับตามองอีกครั้งด้วยติดตามในข่าวกีฬาล่าสุด                ในปี 2015 นั้นทาง อเล็กซ์ เชลลี่ ได้ขึ้นปล้ำกับสมาคมริงออฟออร์เนอร์ โดยเขามีโอกาสได้จับคู่กับคริว เซบินอีกครั้ง หลังจากที่แยกย้ายกันไปตั้งแต่อยู่ในสมาคมทีเอนเอ ก่อนที่ทีมมอเตอร์ซิตี้ แมทชีนกันส์นี้จะพยายามขึ้นปล้ำท้าชิงแชมป์แทคทีมกับยังบัคส์และดิแอดดิคชั่นแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งในปี 2018 ที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์มาครองได้ แต่ทางอเล็กซ์กลับได้รับอาการบาดเจ็บและเลิกปล้ำไปในที่สุด                หลังจากที่อเล็กซ์ เชลลี่ห่างหายไปจากวงการมวยปล้ำนานถึงหนึ่งปีนั้น เขาก็ได้กลับมาสู่สมาคมเดิมอย่างริงออฟออร์เนอร์พร้อมกับได้ท้าชิงแชมป์โลกกับแมตต์ ทราเวนอีกด้วย แต่เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป ก่อนที่จะเซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการไปปล้ำในสมาคมเอนเอกซ์ทีคู่กับคูชิดะเพื่อนเก่าอีกครั้ง ก่อนที่เปิดตัวในอิมแพคเรสลิ่งในช่วงกลางปีที่ผ่านมาพร้อมกลับมาเป็นทีมร่วมกับคริส เซบินอีกครั้งหนึ่งด้วย                จากกระแสตอบรับของอเล็กซ์ เชลลี่กับเซบินในสมาคมอิมแพคเรสลิ่งนั่น ทำให้แฟนมวยปล้ำได้ถามถึงอดีตแชมป์แทคทีมคนนี้ว่าต้องการไปปล้ำในสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งหรือไม่ โดยที่นั่นยังมีทีมอย่างยังบัคส์ที่ทั้งสองเคยมีเรื่องราวและแมตช์ที่สนุกอย่างมากในอดีต ซึ่งเจ้าตัวก็ยังคงมองว่าเป็นอนาคตที่ไม่อาจรู้ได้นั่นเอง

ไรแบค
มวย

ไรแบค ที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะเหมือนโกลเบิร์กเกินไป

ขึ้นชื่อว่าเป็นนักมวยปล้ำชื่อดังแล้ว ใครก็คงต้องการจะเลียนแบบหรือเป็นเขาคนนั้นสักครั้ง แต่ทว่าการคล้ายคลึงมากเกินไปอาจทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ ไรแบค เคยได้รับ โดยนักมวยปล้ำกล้ามโตคนนี้กลับมีหน้าตาและรูปร่างใกล้เคียงกับอดีตนักมวยปล้ำระดับสูงอย่างโกลเบิร์กจนทำให้เกินถูกนำไปเปรียบเทียบหลายครั้งจนกลายเป็นเรื่องตลก รวมทั้งทำให้เขาไม่สามารถก้าวข้ามการเปรียบเทียบได้อีกเลยติดตามต่อได้ในข่าวกีฬาล่าสุด                ทาง ไรแบค นั้น ได้เปิดตัวกับสมาคมเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์ในปี 2010 จากบทบาทของสกิป เชฟฟิลด์ในรายการคัดตัวนักมวยปล้ำหน้าใหม่อย่างเอนเอกซที ก่อนที่เขาจะได้รับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าจนทำให้ต้องพักการปล้ำไปกว่าหนึ่งปี ก่อนที่จะกลับมาอย่างแข็งแกร่งและสามารถทำสถิติไร้พ่ายได้มากกว่า 38 แมตช์จนกระทั่งต้องพ่ายแพ้ต่อซีเอ็ม พังค์ในการชิงแชมป์ของสมาคมในกรงเหล็กนรก                แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการผลักดันของไรแบคที่แท้จริงก็คือ การที่รูปร่างและหน้าตาของเขาใกล้เคียงกับโกลเบิร์กมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูงที่ 6 ฟุต 3 นิ้วหรือน้ำหนักที่ 290 ปอนด์ อีกทั้งท่าไม้ตายนำร่องอย่างมีทฮุคแล้วตามด้วยเชลช็อค ที่ไม่ต่างจากสเปียร์แล้วตามด้วยแจ็คแฮมเมอร์ของนักมวยปล้ำรุ่นพี่นั่นเอง โดยหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ทำได้เพียงแต่คว้าแชมป์เส้นรองและถูกปล่อยตัวออกจากสมาคม เรียกได้ว่าความฝันของ ไรแบค นั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า                เรียกได้ว่าความฝันของไรแบคนั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าจากหน้าตาและบทบาทของเขาเอง โดยต่อมาไม่นานทางสมาคมก็ได้นำตัวโกลเบิร์กกลับมาขึ้นปล้ำอีกครั้ง ส่วนเขาก็ได้แต่ขึ้นปล้ำในสมาคมอิสระบ้างพร้อมกับชื่อเสียงเรื่องความไม่ระวังของเจ้าตัวที่มักจะทำคนอื่นบาดเจ็บเสมอไม่ต่างกับรุ่นพี่อีกด้วย

โบรเซอร์เวท
ข่าวกีฬาทั่วไป

โบรเซอร์เวท ก็ถูกประกาศชื่อเป็นทีมสุดท้ายที่จะเข้าร่วมของรายการ

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้นับเป็นคู่แทคทีมที่ต่างขั้นกันที่สุดคู่หนึ่งเลยทีเดียว สำหรับ โบรเซอร์เวท ที่ประกอบไปด้วยแมตต์ ริดเดิ้ลกับพีท ดัน โดยทางริดเดิ้ลนั้นเป็นนักมวยปล้ำสายชิลมากความสามารถอีกคนหนึ่งของวงการ ส่วนพีทนั้นเป็นนักมวยปล้ำสายโหดจากประเทศอังกฤษที่มักจะไม่ยิ้มแย้มใดๆ จนกระทั่งทั้งสองได้มาร่วมทีมกันเพื่อลงแข่งขันในรายการดัสตี้ โรดส์แทคทีมทัวร์นาเมนต์พร้อมเอาชนะรายการนี้พร้อมสิทธิชิงแชมป์แทคทีมไปได้อีกด้วย                ในรอบแรกของดัสตี้ โรดส์แทคทีมทัวร์นาเมนต์นั้น ทาง โบรเซอร์เวท ก็ถูกประกาศชื่อเป็นทีมสุดท้ายที่จะเข้าร่วมของรายการ ก่อนที่พวกเขาจะต้องไปเจอกับทีมของนักมวยปล้ำจากประเทศอังกฤษเหมือนพีท ดันอย่างมาร์ค แอนดรูวส์กับแฟลชมอร์แกน เวบสเตอส์และเอชนะมาได้ ก่อนที่จะเข้ารอบไปเจอกับทีมรวมดาวยุโรปอย่างอิมพีเรียมแต่คู่หูทั้งสองก็ยังเอาชนะไปได้อีกครั้งจนเข้ารอบชิงชนะเลิศไปเจอกับกริซเซิลส์ ยังเวเทอรานส์                สำหรับในรอชิงชนะเลิศทั้งทางโบรเซอร์เวทกับกริซเซิลส์ ยังเวเทอรานส์จะต้องสู้กันเพื่อถ้วยรางวัลและสิทธิชิงแชมป์แทคทีมเอนเอกซ์ทีอีกด้วย ก่อนที่ฝ่ายแรกจะเอาชนะไปแบบหักปากกาเซียนพร้อมกับพีท ดันที่ไปเจอคู่แค้นเก่าอย่างอันดิสพิวเท็ด เอร่าอีกด้วย ก่อนที่ทางผู้ท้าชิงจะไม่พลาดเอาชนะทีมเจ้าของตำแหน่งในขณะนั้นไปได้พร้อมกับฉลองความยิ่งใหญ่ของแทคทีมสองสไตล์ได้สำเร็จ                น่าเสียดายว่าสุดท้ายแล้วทางทีมโบรเซอร์เวทก็ต้องยุติบทบาทกันไป เมื่อทางพีท ดันไม่สามารถเดินทางมาป้องกันแชมป์แทคทีมได้ เนื่องจากการล็อคดาวน์ของแต่ละประเทศจนทำให้ทางแมตต์ ริดเดิ้ลต้องเลือกทางทิโมธี แททเชอร์มาขึ้นปล้ำแทน แต่ก็ต้องแตกทีมและเจอกันเองในที่สุด

ดีเซล
มวย

ดีเซล ที่มีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกของสมาคมเวิล์ดเรสลิ่งเฟดเดอร์เรชั่น

การได้ครองเข็มขัดเส้นใหญ่ที่สุดของสมาคมต่างเป็นความฝันสำหรับนักมวยปล้ำหลายๆ คน แต่ทว่าในปี 1994 ถึงปี 1995 นั้นก็ถึงเวลาของ ดีเซล ที่มีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกของสมาคมเวิล์ดเรสลิ่งเฟดเดอร์เรชั่น แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีของเขาเอาเสียเลย จากบทบาทที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นธรรมะอีกทั้งการปล้ำกับนักมวยปล้ำที่ไม่มีประสบการณ์อย่างเมเบิ้ลก็ทำให้เขาดูแย่ในช่วงเวลา 358 วันที่ครองแชมป์ได้อีกด้วยติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                การเป็นหน้าตาสมาคมของ ดีเซล นั้นเริ่มต้นขึ้นในการชิงแชมป์โลกกับบ็อบ แบคลันเจ้าของตำแหน่งในขณะนั้น โดยเจ้าตัวสามารถจัดการแบคลันด้วยแจ็คไนฟ์พาวเวอร์บอมบ์ไปได้อย่างรวดเร็วเพียง 8 วินาทีเท่านั้นที่สนามเมดิสัน สแควร์ การ์เด้น ก่อนที่ต่อมาเขาจะมีคิวป้องกันแชมป์กับเบรท ฮาร์ทที่จบลงด้วยผลเสมอและการเจอกับเพื่อนอย่างชอว์น ไมเคิลส์ในเรสเซิลมาเนียครั้งที่ 11 โดยเป็นทางแชมป์ที่ป้องกันไปได้อีกครั้งด้วยท่าแจ็คไนฟ์                หลังจากนั้นทางสมาคมก็พยายามปั้นให้ดีเซลเจอกับนักมวยปล้ำที่รูปร่างใกล้เคียงหรือตัวใหญ่กว่าเขา ซึ่งสุดท้ายแชมป์โลกคนนี้จะต้องเจอกับไซโคซิดและคิงเมเบิ้ลในเวลาต่อมา แต่ทว่าแมตช์ของเขากับเมเบิ้ลนั้นกลับไม่ประสบความสำเร็จและโดนแฟนๆ วิจารณ์ว่าเป็นแมตช์ที่ยอดแย่อีกแมตช์ของเจ้าตัว จนกระทั่งเขามาเสียแชมป์ให้กับเบรท ฮาร์ทนักมวยปล้ำมากฝีมือจากแคนาดาและปิดฉากการอยู่บนจุดสูงสุดนานเกือบปีอีกด้วย ดีเซล เสียแชมป์ไปแล้วเขากลับมีบทบาทที่ดีขึ้น                กลายเป็นว่าเมื่อดีเซลเสียแชมป์ไปแล้ว เขากลับมีบทบาทที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นการสู้กับดิ อันเดอร์เทคเกอร์ในเรสเซิลมาเนียครั้งที่ 12 ที่กอบกู้ชื่อเสียงของเขากลับมาอีกครั้ง แม้ว่าต่อมาเขาจะลาออกจากสมาคมและกลับไปใช้ชื่อจริงอย่างเควิน แนชพร้อมเป็นผู้ต่อกรกับสมาคมเก่าอย่างยาวนานไปถึง 5 ปีด้วยกัน