โบรเซอร์เวท
ข่าวกีฬาทั่วไป

โบรเซอร์เวท ก็ถูกประกาศชื่อเป็นทีมสุดท้ายที่จะเข้าร่วมของรายการ

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้นับเป็นคู่แทคทีมที่ต่างขั้นกันที่สุดคู่หนึ่งเลยทีเดียว สำหรับ โบรเซอร์เวท ที่ประกอบไปด้วยแมตต์ ริดเดิ้ลกับพีท ดัน โดยทางริดเดิ้ลนั้นเป็นนักมวยปล้ำสายชิลมากความสามารถอีกคนหนึ่งของวงการ ส่วนพีทนั้นเป็นนักมวยปล้ำสายโหดจากประเทศอังกฤษที่มักจะไม่ยิ้มแย้มใดๆ จนกระทั่งทั้งสองได้มาร่วมทีมกันเพื่อลงแข่งขันในรายการดัสตี้ โรดส์แทคทีมทัวร์นาเมนต์พร้อมเอาชนะรายการนี้พร้อมสิทธิชิงแชมป์แทคทีมไปได้อีกด้วย                ในรอบแรกของดัสตี้ โรดส์แทคทีมทัวร์นาเมนต์นั้น ทาง โบรเซอร์เวท ก็ถูกประกาศชื่อเป็นทีมสุดท้ายที่จะเข้าร่วมของรายการ ก่อนที่พวกเขาจะต้องไปเจอกับทีมของนักมวยปล้ำจากประเทศอังกฤษเหมือนพีท ดันอย่างมาร์ค แอนดรูวส์กับแฟลชมอร์แกน เวบสเตอส์และเอชนะมาได้ ก่อนที่จะเข้ารอบไปเจอกับทีมรวมดาวยุโรปอย่างอิมพีเรียมแต่คู่หูทั้งสองก็ยังเอาชนะไปได้อีกครั้งจนเข้ารอบชิงชนะเลิศไปเจอกับกริซเซิลส์ ยังเวเทอรานส์                สำหรับในรอชิงชนะเลิศทั้งทางโบรเซอร์เวทกับกริซเซิลส์ ยังเวเทอรานส์จะต้องสู้กันเพื่อถ้วยรางวัลและสิทธิชิงแชมป์แทคทีมเอนเอกซ์ทีอีกด้วย ก่อนที่ฝ่ายแรกจะเอาชนะไปแบบหักปากกาเซียนพร้อมกับพีท ดันที่ไปเจอคู่แค้นเก่าอย่างอันดิสพิวเท็ด เอร่าอีกด้วย ก่อนที่ทางผู้ท้าชิงจะไม่พลาดเอาชนะทีมเจ้าของตำแหน่งในขณะนั้นไปได้พร้อมกับฉลองความยิ่งใหญ่ของแทคทีมสองสไตล์ได้สำเร็จ                น่าเสียดายว่าสุดท้ายแล้วทางทีมโบรเซอร์เวทก็ต้องยุติบทบาทกันไป เมื่อทางพีท ดันไม่สามารถเดินทางมาป้องกันแชมป์แทคทีมได้ เนื่องจากการล็อคดาวน์ของแต่ละประเทศจนทำให้ทางแมตต์ ริดเดิ้ลต้องเลือกทางทิโมธี แททเชอร์มาขึ้นปล้ำแทน แต่ก็ต้องแตกทีมและเจอกันเองในที่สุด

ดีเซล
มวย

ดีเซล ที่มีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกของสมาคมเวิล์ดเรสลิ่งเฟดเดอร์เรชั่น

การได้ครองเข็มขัดเส้นใหญ่ที่สุดของสมาคมต่างเป็นความฝันสำหรับนักมวยปล้ำหลายๆ คน แต่ทว่าในปี 1994 ถึงปี 1995 นั้นก็ถึงเวลาของ ดีเซล ที่มีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกของสมาคมเวิล์ดเรสลิ่งเฟดเดอร์เรชั่น แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีของเขาเอาเสียเลย จากบทบาทที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นธรรมะอีกทั้งการปล้ำกับนักมวยปล้ำที่ไม่มีประสบการณ์อย่างเมเบิ้ลก็ทำให้เขาดูแย่ในช่วงเวลา 358 วันที่ครองแชมป์ได้อีกด้วยติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                การเป็นหน้าตาสมาคมของ ดีเซล นั้นเริ่มต้นขึ้นในการชิงแชมป์โลกกับบ็อบ แบคลันเจ้าของตำแหน่งในขณะนั้น โดยเจ้าตัวสามารถจัดการแบคลันด้วยแจ็คไนฟ์พาวเวอร์บอมบ์ไปได้อย่างรวดเร็วเพียง 8 วินาทีเท่านั้นที่สนามเมดิสัน สแควร์ การ์เด้น ก่อนที่ต่อมาเขาจะมีคิวป้องกันแชมป์กับเบรท ฮาร์ทที่จบลงด้วยผลเสมอและการเจอกับเพื่อนอย่างชอว์น ไมเคิลส์ในเรสเซิลมาเนียครั้งที่ 11 โดยเป็นทางแชมป์ที่ป้องกันไปได้อีกครั้งด้วยท่าแจ็คไนฟ์                หลังจากนั้นทางสมาคมก็พยายามปั้นให้ดีเซลเจอกับนักมวยปล้ำที่รูปร่างใกล้เคียงหรือตัวใหญ่กว่าเขา ซึ่งสุดท้ายแชมป์โลกคนนี้จะต้องเจอกับไซโคซิดและคิงเมเบิ้ลในเวลาต่อมา แต่ทว่าแมตช์ของเขากับเมเบิ้ลนั้นกลับไม่ประสบความสำเร็จและโดนแฟนๆ วิจารณ์ว่าเป็นแมตช์ที่ยอดแย่อีกแมตช์ของเจ้าตัว จนกระทั่งเขามาเสียแชมป์ให้กับเบรท ฮาร์ทนักมวยปล้ำมากฝีมือจากแคนาดาและปิดฉากการอยู่บนจุดสูงสุดนานเกือบปีอีกด้วย ดีเซล เสียแชมป์ไปแล้วเขากลับมีบทบาทที่ดีขึ้น                กลายเป็นว่าเมื่อดีเซลเสียแชมป์ไปแล้ว เขากลับมีบทบาทที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นการสู้กับดิ อันเดอร์เทคเกอร์ในเรสเซิลมาเนียครั้งที่ 12 ที่กอบกู้ชื่อเสียงของเขากลับมาอีกครั้ง แม้ว่าต่อมาเขาจะลาออกจากสมาคมและกลับไปใช้ชื่อจริงอย่างเควิน แนชพร้อมเป็นผู้ต่อกรกับสมาคมเก่าอย่างยาวนานไปถึง 5 ปีด้วยกัน

ไทสัน ฟิวรี่
มวย

ไทสัน ฟิวรี่ แชมป์เฮฟวี่เวทที่เตรียมขึ้นชกบนสังเวียนอีกครั้ง

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้หลังจากที่ว่างจากคิวชกมาเป็นเวลานาน ทาง ไทสัน ฟิวรี่ ก็เตรียมขึ้นชกกับบนสังเวียนอีกครั้งในช่วงเดือนธันวาคมนี้เอง ซึ่งไฟท์ล่าสุดของเขาก็คือการคว้าแชมป์เฮฟวี่เวทมาครองได้จากดีออนเท ไวลเดอร์ในเดือนกุมภาพันธ์นั่นเอง โดยคู่ต่อสู้คนต่อไปของเขานั้นจะมีการประกาศออกมาทีหลัง นอกจากนี้ด้วยการว่างจากคิวชกนั่นเอง ทำให้เขาได้มีโอกาสไปขึ้นปล้ำในวงการอื่นอีกด้วย                แม้ว่า ไทสัน ฟิวรี่ จะสร้างชื่อมาจากการชกมวยก็ตาม แต่ในปี 2019 นั้นเจ้าตัวกลับทำเซอร์ไพรส์ด้วยการไปโผล่ในรายการสแมคดาวน์ของสมาคมมวยปล้ำอย่างเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งเขาได้มีเรื่องราวกับบรอน สโตรแมนนักสู้ร่างยักษ์อีกคน ก่อนที่ทั้งสองจะได้เจอกันในรายการคราวน์จิวล์ที่เป็นทางนักมวยคนเก่งนี้เองที่สามารถน็อคสโตนแมนจนหลับอยู่ข้างเวทีและแพ้ไปในที่สุด                ส่วนในด้านวงการมวยนั้น ทางฟิวรี่ได้ขึ้นชกกับดีออนเท ไวลเดอร์มาแล้วในปี 2018 แต่ทว่าผลกลับจบลงด้วยการเสมอจากคะแนนตัดสินของกรรมการทั้งสามคน จนทำให้ทั้งสองต้องมาเจอกันอีกครั้งในปี 2020 ซึ่งในแมตช์ที่เมืองลาสเวกัสนั้นก็เป็นทางนักชกหัวโล้นคนนี้ที่เอาชนะคู่ปรับไปได้พร้อมคว้าแชมป์เฮฟวี่เวทจากสมาคมดับเบิ้ลยูบีซีมาครองได้ในที่สุด ก่อนที่ตามสัญญานั้นทั้งสองมีโอกาสจะขึ้นท้าเจอกันได้อีกครั้งหนึ่งด้วย ไทสัน ฟิวรี่ ได้ขึ้นชกกับดีออนเท ไวลเดอร์มาแล้วในปี 2018                แม้ว่าจะมีเงื่อนไขอยู่ชัดเจนก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วแมตช์ระหว่างไทสัน ฟิวรี่กับดีออนเท ไวลเดอร์ก็คงไม่เกิดขึ้น หลังจากที่สถานการณ์ของโควิดได้ระบาดขึ้นทำให้แมตช์ที่ว่ายังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งข่าวลือของการชกเพื่อการชิงแชมป์เฮฟวี่เวทที่ว่านี้อาจไปเกิดขึ้นในปีหน้าแทน หากไทสันยังคงเป็นเจ้าของเข็มขัดอยู่นั่นเอง

เอ็ดดี้ เกอร์เรโร่
มวย

เอ็ดดี้ เกอร์เรโร่ ซึ่งทั้งสองคนจะต้องสู้กันเพื่อชิงแชมป์สหรัฐอเมริกาที่ว่างอยู่ในเวลานั้น

ข่าวกีฬาล่าสุดในช่วงเวลาที่ไดม่อน ดัลลาส เพจกำลังเฉิดฉายในวงการมวยปล้ำนั้น เขาก็ได้มีบทบาทกับนักมวยปล้ำเชื้อสายเม็กซิกันอย่าง เอ็ดดี้ เกอร์เรโร่ ซึ่งทั้งสองคนจะต้องสู้กันเพื่อชิงแชมป์สหรัฐอเมริกาที่ว่างอยู่ในเวลานั้น โดยช่วงเดียวกันนั้นทางเพจก็มีเรื่องราวกับนิวเวิลด์ออร์เดอร์อยู่เช่นกัน แม้ว่าสุดท้ายเขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปและเจ้าตัวยังยอมรับว่าคู่แข่งของเขาคือนักมวยปล้ำที่มีพรสวรรค์ที่สุดตลอดกาลคนหนึ่ง                สำหรับช่วงเวลาที่ไดม่อน ดัลลาส เพจมีโอกาสเจอกับ เอ็ดดี้ เกอร์เรโร่ นั้นก็คือในปี 1996 นั่นเอง โดยทั้งสองคนเข้าร่วมในทัวร์นาเมนต์เพื่อหาแชมป์สหรัฐอเมริกาคนใหม่ ก่อนที่สุดท้ายเขาจะโดนกลุ่มของเควิน แนชและสก็อต ฮอลล์มารบกวนจนเขาต้องแพ้ไป ซึ่งในแมตช์ที่ทั้งสองคนสู้กันนั้น ก็เป็นมีจังหวะที่แฟนๆ จดจำได้อย่างการที่ดัลลาส เพจจับเกอร์เรโร่ใส่ทางไดม่อนคัตเตอร์อย่างไม่คาดคิดมาก่อน                หลังจากที่ทั้งสองจบเรื่องราวกันไปแล้วนั้น ทางเอ็ดดี้ เกอร์เรโร่ก็มีโอกาสเป็นแชมป์ทั้งครุยเซอร์เวท แชมป์แทคทีมและแชมป์โลกในเวลาต่อมา ส่วนทางดีดีพีนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ดีในท้ายยุค 90 เมื่อเขาสามารถกลายเป็นแชมป์โลกของสมาคมเวิลด์แชมป์เปี้ยนชิพเรสลิ่งได้ รวมถึงกลับมาเป็นแชมป์สหรัฐอเมริกาได้หลังจากนั้นด้วยการเอาชนะเคิร์ท เฮนนิกเจ้าของตำแหน่งในขณะนั้นนั่นเอง                ด้วยความสามารถของเอ็ดดี้ เกอร์เรโร่นี้เอง ทำให้คู่ต่อสู้อย่างเพจยังยอมรับว่าในสมัยที่ทั้งสองสู้กันนั้น ทางนักมวยปล้ำเชื้อสายเม็กซิกันมีความตั้งใจที่จะมาสู้กับเขาจริงๆ และฝีมือในเวทีก็ถือว่าเป็นที่หนึ่ง รวมทั้งคงไม่มีใครมาแทนที่เขาได้ในอนาคตอีกด้วยจากสายตาของอดีตแชมป์โลกสามสมัยคนนี้

ไดนาไมต์
มวย

ไดนาไมต์ จากสมาคมออลอีลีทเรสลิ่ง ซึ่งนำโดยประธานสมาคมอย่างโทนี่

เป็นเวลากว่า 1 ปีแล้วสำหรับการเกิดขึ้นของรายการ ไดนาไมต์ จากสมาคมออลอีลีทเรสลิ่ง ซึ่งนำโดยประธานสมาคมอย่างโทนี่ คาห์นผู้บริหารของสโมสรอเมริกันฟุตบอลแจ็คสันวิลล์การ์จัวร์ที่มาพร้อมกับนักมวยปล้ำกลุ่มดิอีลีททั้งแมตต์และนิก แจ็คสัน โคดี้และเคนนี่ โอเมก้าที่ทำหน้าที่เป็นรองประธานสมาคม โดยในช่วงเวลาหนึ่งปีนั้นพวกเขาถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากเลยทีเดียวติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                การเกิดขึ้นของรายการ ไดนาไมต์ นั้นเริ่มจากทางสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งที่ได้ประกาศว่าพวกเขาจะมีรายการประจำสัปดาห์และจะออกอากาศในช่องทีเอนที ซึ่งเคยเป็นสถานีโทรทัศน์ที่เคยออกอากาศรายการในตำนานอย่างไนโตรของสมาคมเวิลด์แชมป์เปี้ยนชิพเรสลิ่งมาก่อน โดยการประกาศครั้งนี้ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญในวงการมวยปล้ำว่าคู่แข่งที่น่ากลัวของค่ายยักษ์ใหญ่อย่างดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอีได้ปรากฎตัวขึ้นแล้ว                หลังจากที่สถานีทีเอนทีได้ประกาศเปิดตัวรายการไดนาไมต์แล้ว พวกเขาได้คาดหวังว่ารายการจะมีผู้ชมเพียง 5 แสนคนต่อสัปดาห์เท่านั้น แต่ความจริงแล้วนับตั้งแต่วันที่รายการเปิดตัวครั้งแรกก็มีผู้ชมไปมากกว่า 1.4 ล้านคนและไม่เคยตกต่ำกว่า 6 แสนคนเลยนับตั้งแต่มีการออกอากาศเมื่อเดือนตุลาคมปี 2019 อีกทั้งพวกเขายังสามารถเอาชนะคู่แข่งคนสำคัญอย่างค่ายเอนเอกซ์ทีไปอย่างขาดลอยเลยทีเดียว                จะเห็นได้ว่ารายการไดนาไมต์และสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งได้ประกาศตัวเป็นสมาคมมวยปล้ำอันดับสองของโลกไปแล้ว ทั้งจำนวนคนดูทั่วโลกและผลกำไรที่น่าจะเป็นบวกทั้งๆ ที่เกิดสถานการณ์โควิดจนเกือบจะต้องหยุดถ่ายทำนั่นเอง โดยรายการประจำสัปดาห์ของพวกเขาถือเป็นรายการกีฬาอันดับหนึ่งของสถานีไปแล้วอีกด้วย

โคตะ อิบูชิ
มวย

โคตะ อิบูชิ กับชัยชนะจีวันสองสมัยติดต่อกันในนิวเจแปนอย่างจีวันไคลแมกซ์

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้ถือเป็นชัยชนะที่สวยงามอีกครั้งสำหรับ โคตะ อิบูชิ ที่สามารถคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์สุดโหดของนิวเจแปนอย่างจีวันไคลแมกซ์ไปได้สำเร็จ หลังจากที่สามารถเอาชนะซานะดะได้ในรอบชิงชนะเลิศ โดยเจ้าตัวถือว่าเป็นแชมป์สองสมัยติดต่อกันเลยทีเดียวและเป็นนักมวยปล้ำคนที่สามต่อจากมาซาฮิโร่ โชโนะและฮิโรโยชิ เทนซานที่สามารถทำได้ โดยอดีตแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัลยังเป็นนักมวยปล้ำคนเดียวที่คว้าแชมป์สามทัวร์นาเมนต์ได้อีกด้วย                สำหรับชัยชนะทัวร์นาเมนต์จีวันครั้งแรกของ โคตะ อิบูชิ นั้นเกิดขึ้นในปี 2019 ที่เขาต้องปล้ำในบล็อกเอและต้องเจอกับคู่แข่งอย่างคาซูชิกะ โอคาดะและฮิโรชิ ทานาฮาชิ แต่สุดท้ายเขาก็สามารถทำแต้มได้ถึง 14 คะแนนและมีผลการแข่งขันดีกว่าโอคาดะที่เจ้าตัวเอาชนะมาได้ในวันสุดท้ายของการแข่งขันจนกลายเป็นแชมป์ของบล็อกเอแล้วมีโอกาสไปเจอกับเจย์ ไวท์ในรอบชิงชนะเลิศก่อนที่จะกลายเป็นโคตะเองที่เอาชนะพร้อมคว้าสิทธิชิงแชมป์ไปได้                แม้ว่าอิบูชิจะมีฟอร์มที่ร้อนแรงก็ตาม แต่แชมป์โลกของสมาคมนิวเจแปนขณะนั้นคือโอคาดะผู้แข็งแกร่งนั่นเอง ก่อนที่เขาจะพ่ายแพ้ไปเมื่อใช้สิทธิในรายการเรสเซิลคิงด้อมครั้งที่ 14 จนกระทั่งในปี 2020 นั้นเขาได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์นี้อีกครั้งพร้อมกับเป็นแชมป์บล็อกเออย่างขาดลอยด้วย 14 คะแนนเช่นเดิม ก่อนที่เขาจะไปเจอกับนักมวยปล้ำมาแรงอีกคนอย่างซานาดะ แต่ยังเป็นทางอดีตแชมป์อินเตอร์ที่สามารถเอาชนะไปได้นั่นเอง                ขณะนี้แฟนๆ ของอิบูชิก็คงได้แต่หวังให้นักมวยปล้ำที่ถูกขนานนามว่าเป็นดวงดาวแห่งวงการจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพด้วยการเป็นแชมป์โลกของสมาคมนิวเจแปนให้ได้เสียที หลังจากที่เคยพลาดท่ามาแล้ว โดยคู่ต่อสู้ของเขาในคราวนี้ก็คือเทตศึยะ ไนโตะที่มักจะขับเคี่ยวกันมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอีกด้วย

คิงฮาคุ
มวย

คิงฮาคุ นักมวยปล้ำผู้แข็งแกร่งเนื่องจากตลอดอาชีพของเขาก็มีความสำเร็จ

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้ขอเสนอชื่อของ คิงฮาคุ นั้นอาจจะไม่ได้โด่งดังมากมายสำหรับแฟนมวยปล้ำเท่าไหร่นัก เนื่องจากตลอดอาชีพของเขาก็มีความสำเร็จเพียงแต่อดีตแชมป์ฮาร์ดคอร์และแชมป์แทคทีมของสมาคมใหญ่เท่านั้น แต่ทว่าชื่อเสียงของเขากลับเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากวีรกรรมของเขาที่มักถูดพูดถึงในฐานะนักมวยปล้ำที่แข็งแกร่งและความสามารถในการต่อสู้ในชีวิตจริงทุกครั้งที่เขามีเรื่องกับคนนอกสังเวียนนั่นเอง                วีรกรรมแรกที่ผู้คนพูดถึง คิงฮาคุ ก็คือเหตุการณ์ในปี 1989 หลังจากที่พวกเขาเลิกรายการปล้ำแล้ว เป็นทางเจ้าตัวกับซิวา อาฟี่เดินทางไปบาร์แห่งหนึ่งและมีคนไปพูดต่อหน้าเขาว่ามวยปล้ำมันเป็นแค่ของปลอม ก่อนที่ทั้งสองคนจะจัดการชายทั้งสี่ที่มาหาเรื่องเขา พร้อมกับกัดจมูกหนึ่งในนั้นจนขาดพร้อมกับเล่นงานทุกคนที่เหลือจนมีแค่เขากับอาฟี่ที่สามารถเดินออกจากร้านไปได้ด้วยตัวเองในคืนนั้นที่บัลติมอร์                อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ฮาคุถูกยกย่องว่าเป็นชายที่น่ากลัวมากก็คือเรื่องราวที่เควิน ซูลิแวนได้เล่าผ่านรายการของเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์ว่า ครั้งหนึ่งเขากับอดีตแชมป์ฮาร์ดคอร์ได้ไปหาเวลานอกดื่มกันก่อนจะกลับโรงแรม แต่มีคนในบาร์มาหาเรื่องพวกเขา จนทางฮาคุได้เข้าไปบีบคอชายคนนั้นทันที ก่อนที่จะมีอีกคนเข้ามาและโดนอัดจนสลบไป พร้อมกับคนสุดท้ายที่โดนเขากัดจนเนื้อหลังหลุดออกมาเลยทีเดียว วีรกรรมแรกที่ผู้คนพูดถึง คิงฮาคุ ก็คือเหตุการณ์ในปี 1989                ด้วยความโหดของคิงฮาคุนี้เองทำให้ทางอังเดร เดอะ ไจแอนด์ยักษ์ใหญ่สูงกว่า 7 ฟุตยังต้องกลัวเขาเลยทีเดียว แต่ทว่าทางบ็อบบี้ ฮีแนนยังได้ออกมาเปิดเผยว่าจริงๆ แล้วอดีตแชมป์ฮาร์ดคอร์คนนี้เป็นคนอ่อนโยนมากและรักครอบครัวมากกว่าสิ่งอื่นๆ แต่เขาก็ต้องรักษาวงการมวยปล้ำไว้ด้วยอีกเช่นกัน

คาวบอย
มวย

คาวบอย นั้นได้สร้างชื่อจากการเป็นแทคทีมชื่อดังอย่างอเมริกันโมสต์วอนเท็ดและเบียร์มันนี่

สำหรับข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้ยังไงก็ต้องเสนอเรื่องของ เจมส์ สตอร์มนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในนักมวยปล้ำรุ่นแรกของสมาคมอิมแพคเรสลิ่งเลยทีเดียว ซึ่งเขาเปิดตัวกับสมาคมตั้งแต่ปี 2002 ในสมัยที่ค่ายยังใช้ชื่อทีเอนเอ โดยนักมวยปล้ำฉายา คาวบอย นั้นได้สร้างชื่อจากการเป็นแทคทีมชื่อดังอย่างอเมริกันโมสต์วอนเท็ดและเบียร์มันนี่จนได้แชมป์แทคทีมหลายสมัย ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักมวยปล้ำเดี่ยวและสามารถคว้าแชมป์โลกได้ในเวลาต่อมา จนกระทั่งในปี 2018 ที่เขาขอลาออกจากสมาคมและไม่กลับมาร่วมงานอีกเลยจนถึงปัจจุบัน                โดยทาง คาวบอย นั้นเคยลาออกจากอิมแพคเรสลิ่งมาแล้วหนึ่งครั้งในปี 2015 หลังจากที่ประสบความสำเร็จมากอย่างมากมายกับสมาคม แต่ทว่าช่วงหลังนั้นเขาต้องรับบทเป็นหัวหน้ากลุ่มเรฟโวลูชั่นที่เต็มไปด้วยตัวละครที่แฟนๆ ไม่สนใจเท่าไหร่นัก อีกทั้งยังตกรอบทัวร์นาเมนต์หาแชมป์โลกคนใหม่จนทำให้เขาสนใจไปหาความท้าทายใหม่ในสมาคมเอนเอกซ์ทีที่กำลังมาแรง แต่ทว่าเขากลับเลือกไม่เซ็นสัญญากับสมาคมแต่อย่างใด                          หลังจากที่การเจรจากับเอนเอกซ์ทีไม่เป็นอย่างที่คาวบอยคนนี้คิด ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเขาไม่ต้องการเป็นผู้ฝึกสอนและมีความสุขดีกับการเป็นนักมวยปล้ำอยู่ จนกระทั่งยอมกลับมาที่ค่ายอิมแพคเรสลิ่งอีกครั้งเป็นเวลาสามปี แต่ทว่าช่วงที่เขาอยู่นั้นกลับกลายเป็นช่วงที่สมาคมกำลังเปลี่ยนเจ้าของใหม่ ซึ่งเจมส์ สตอร์มก็ไม่มีบทบาทเด่นเหมือนอย่างที่เคยจนกระทั่งตัดสินใจย้ายออกจากค่ายดังจากเทนเนสซี่อีกครั้ง                ทันทีที่คาวบอยได้รับอิสระในโลกมวยปล้ำอีกครั้ง ซึ่งเจมส์ สตอร์มก็ย้ายไปค่ายที่กำลังมาแรงอีกครั้งอย่างเอนดับเบิ้ลยูเอ พร้อมกับกลายเป็นนักมวยปล้ำระดับสูงของสมาคมพร้อมกับคว้าแชมป์ระดับประเทศมาครองได้หนึ่งสมัย โดยปัจจุบันเขาคือแชมป์แทคทีมคู่กับอีไล เดรกอีกด้วย

บาร์เรต
มวย

บาร์เรต ได้กลับมาสู่สมาคมเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์อีกครั้ง

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้หลังจากที่เวด บาร์เรต ได้กลับมาสู่สมาคมเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์อีกครั้ง นับตั้งแต่ออกจากสมาคมไปนานถึง 5 ปี โดยอดีตแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัลได้กลายเป็นผู้บรรยายให้กับรายการเอนเอกซ์ทีแทนที่เพื่อนร่วมเกาะอังกฤษอย่างไนเจล แมคกินเนสส์ที่ต้องประสบปัญหาการเดินทางระหว่างประเทศ โดยผู้บรรยายชาวอังกฤษคนนี้ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาเคยเกิดขึ้นสมัยที่ยังเป็นแชมป์เส้นสีขาวนั่นเอง                นับตั้งแต่ที่เวด บาร์เรต ได้เปิดตัวในสมาคมในฐานะนักมวยปล้ำที่ต้องพัฒนาทักษะในเอนเอกซ์ที เจ้าตัวก็มีโอกาสได้เปลี่ยนบทบาทไปหลายครั้งไม่ว่าจะกลายเป็นนักสู้ใต้ดินตามที่เขาเคยเป็นแชมป์จากการชกมวยมาก่อน จนกระทั่งในปี 2013 นั้นเขาได้เปลี่ยนกิมมิคของตัวเองอีกครั้งในชื่อว่าแบดนิวส์บาร์เรตซึ่งเป็นเหมือนนักข่าวที่มักจะออกมาเผยแพร่ข่าวร้ายให้แก่คนอื่นเสมอๆ                หลังจากที่เขากลายเป็นแบดนิวส์บาร์เรตแล้ว เจ้าตัวก็กลายเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ทันทีจากฝีปากที่เขามักจะพูดบนเวทีได้ดีเสมอ จนกระทั่งเขาสามารถกลับมาคว้าแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัลได้อีกครั้งเป็นสมัยที่สี่จากการเอาชนะบิ๊กอีไปได้ในรายการเอ๊กซ์ตรีมรูลส์ปี 2014 แต่ทว่าก่อนที่เขาจะมีโอกาสขึ้นปล้ำเพื่อชิงประเป๋าสัญญาแมตช์แชมป์โลกนั้น เจ้าตัวกลับได้รับอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุไปอย่างน่าเสียดาย บาร์เรต ได้เปิดตัวในสมาคมในฐานะนักมวยปล้ำ                เมื่อมีโอกาสกลับมาปล้ำอีกครั้ง รวมทั้งกลายเป็นผู้ชนะในทัวร์นามเนต์คิงออฟเดอะริงทำให้เจ้าตัวได้เปลี่ยนชื่อเป็นคิงบาร์เรตแต่กลับไม่ประสบความสำเร็จเหมือนอย่างเคย จนกระทั่งเจ้าตัวหมดไฟกับวงการมวยปล้ำและไม่กลับมาขึ้นสังเวียนอีกเลย เหลือไว้เพียงสถิติแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัล 5 สมัยที่เคยทำได้นั่นเอง ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป

เทคโอเวอร์
มวย

เทคโอเวอร์ ที่มีนักพากย์ทั้งวิค เซฟและอดีตแชมป์หญิงอย่างเบธ ฟีนิกซ์

ข่าวกีฬาล่าสุดด้วยภาวะโควิดที่ส่งผลกระทบกับสมาคมเวิลด์เรสลิ่งเป็นอย่างมาก จนทำให้ผู้บรรยายหลายท่านไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างปกติ อย่างเช่นในรายการเอนเอกซ์ที เทคโอเวอร์ ที่มีนักพากย์ทั้งวิค เซฟและอดีตแชมป์หญิงอย่างเบธ ฟีนิกซ์ รวมทั้งอดีตแชมป์อินเตอร์คอนทิเนนทัล 5 สมัยเวด บาร์เรตที่ให้เสียงอยู่ตลอดสามชั่วโมง แต่ทว่ากลับไม่มีการฉายภาพให้เห็นอดีตนักมวยปล้ำชื่อดังทั้งสองเลย                สำหรับรายการที่ผู้บรรยายทั้งสองหายไปจากจอนั้นก็คือเอนเอกซ์ที เทคโอเวอร์ ครั้งที่ 31 ซึ่งจัดขึ้นในสนามแคปิตอลเรสลิ่งเซนเตอร์ที่เพิ่งเปลี่ยนโฉมใหม่ได้ไม่นาน โดยช่วงเริ่มตั้นรายการนั้นก็มีแต่วิค โจเซฟที่นั่งพากย์อยู่ข้างสนามตลอดเวลา ส่วนสองคนที่เหลือนั้นกลับมีเพียงภาพฉายอยู่ไกลๆ ซึ่งต่อมาจะมีการเปิดเผยว่ามีการใช้นักมวยปล้ำคนอื่นมาปลอมนั่งอยู่ข้างเวทีเพื่อให้คนดูทางบ้านเข้าใจว่าเป็นบาร์เรตและฟีนิกซ์อีกด้วย                สาเหตุที่ทั้งสองคนต้องหายไปก็เพราะว่าการเดินทางมาเป็นผู้บรรยายแต่ละครั้งนั้น พวกเขาจะต้องกลับไปถูกกักตัวถึง 14 วันนั่นเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าเสียเวลาและถ้าหากไม่กักตัวทั้งสองคนก็มีสิทธิที่จะแพร่เชื้อโควิดออกไปได้ หากพวกเขาเกิดติดเชื้อขึ้นมานั่นเอง ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ทางเวด บาร์เรตและเบธ ฟีนิกซ์ได้นั่งบรรยายรายการเทคโอเวอร์จากบ้านของตัวเองและทางสมาคมต้องใช้นักมวยปล้ำคนอื่นมานั่งอยู่ที่โต๊ะข้างเวทีแทน                เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ที่ผู้บรรยายทั้งสองคนไม่ยอมมาปรากฏตัวที่สนามแคปิตอลเรสลิ่งเซนเตอร์เพราะการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 นั้นยังมีอยู่มากในรัฐฟลอริด้านั่นเอง ซึ่งทางสมาคมก็ยังไม่เปิดโอกาสให้แฟนมวยปล้ำมาเข้าชมด้วยเหตุผลเดียวกัน โดยปัจจุบันพวกเขายังใช้นักมวยปล้ำฝึกหัดมาทำหน้าที่แทนแฟนๆ อีกด้วย