อีซีทรี
มวย

อีซีทรี อดีตแชมป์โลกจากค่ายอิมแพคเรสลิ่งที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาจากสมาคมยักษ์ใหญ่

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้เรียกได้ว่าเป็นเนื้อเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับนักมวยปล้ำที่ชื่อว่า อีซีทรี อดีตแชมป์โลกจากค่ายอิมแพคเรสลิ่งที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาจากสมาคมยักษ์ใหญ่อย่างเวิลด์เรสลิ่งเอนเตอร์เทนเมนต์ และได้ไปปรากฏตัวในสมาคมต่างๆ ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาจนแฟนๆ ไม่อาจคาดเดาได้ว่าสุดท้ายเป้าหมายของเจ้าตัวจะเป็นที่ไหน เขาจะกลับมาประสบความสำเร็จได้เหมือนกับตอนอยู่อิมแพคหรือไม่นั่นเอง                สำหรับ อีซีทรี นั่นได้สร้างชื่อเสียงของตัวเองมาในสมาคมอิมแพคเรสลิ่งที่รับบทเป็นทายาทรุ่นที่สามของตระกูลคาร์เตอร์ ในชื่อว่าอีธาน ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มเปิดศึกกับตำนานอย่างสติงและอดีตแชมป์โลกอย่างบูลลี่ เรย์และสามารถเอาชนะมาได้ตลอด จนกระทั่งมีโอกาสชิงแชมป์โลกกับเคิร์ท แองเกิ้ลในปี 2015 กลายเป็นแชมป์สมัยแรกของเจ้าตัว ก่อนที่ต่อมาเขาจะสามารถคว้าแชมป์แกรนด์ได้ในปี 2017 และตัดสินใจลาออกจากสมาคมในปี 2018                จนกระทั่งในปี 2019 ที่ทางอีซีทรีได้มีโอกาสได้กลับมาสู่สมาคมที่เขาเคยฝึกมวยปล้ำสมัยยังเป็นวัยรุ่น แต่ทว่าหลังจากเปิดในแมตช์ชิงแชมป์ทวีปอเมริกันเหนือแบบกติกาไต่บันไดที่จบลงด้วยการพ่ายแพ้ของเจ้าตัว อดีตแชมป์โลกคนนี้ก็ไม่มีบทบาทและความสำเร็จใดๆ ตลอดหนึ่งปีที่เขาอยู่กับสมาคม ก่อนจะโดนปล่อยตัวออกไปช่วงเดือนเมษายยและกลับไปสู่ค่ายอิมแพตเรสลิ่งอีกครั้ง อีซีทรี ได้มีโอกาสได้กลับมาสู่สมาคม                หลังจากที่อีซีทรีกลับมาสู่สมาคมเจ้าตัวก็มีเรื่องราวกับมูสผู้เป็นเจ้าของเข็มขัดอิมแพคทันที แต่ทว่าด้วยคำพูดของเขาที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง เจ้าตัวเลยไปปรากฏตัวที่สมาคมอื่นอย่างริงออฟออเนอร์ด้วย ซึ่งแฟนมวยปล้ำไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขามีเป้าหมายอะไรแน่กับปี 2020 นี้

นิวเจแปน
มวย

นิวเจแปน กับการการลาออกของประธานอย่างฮาโรลด์ เมย์จ

นับว่าเป็นข่าวกีฬาล่าสุดที่สร้างความตกใจให้แฟนๆ มวยปล้ำของค่าย นิวเจแปน เลยทีเดียว สำหรับการลาออกจากประธานอย่างฮาโรลด์ เมย์จที่ได้รับตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2018 พร้อมกับเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น แต่ทว่าจากการลาออกของนักมวยปล้ำระดับสูงไปให้กับค่ายเออีดับเบิ้ลยู รวมทั้งการสูญเสียช่องโทรทัศน์เพื่อออกอากาศในประเทศสหรัฐอเมริกาทำให้เจ้าตัวต้องรับผิดชอบในที่สุด                สำหรับเหตุผลหลักที่สมาคม นิวเจแปน ต้องกดดันให้เมย์จลาออกนั้นก็เพราะเรื่องผลกำไรที่เขาไม่สามารถทำให้สมาคมได้มากถึง 200 ล้านดอลลาร์ตามที่เคยรับคำไว้ อีกทั้งยังไม่ยอมร่วมงานกับสมาคมอิมแพคเรสลิ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของสถานีเอเอนซ์เอสที่ค่ายญี่ปุ่นได้ฉายอยู่จนโดนปลดออกจากสถานีพร้อมสูญเสียเงินไปหลายล้านเหรียญเลยทีเดียว นับว่าเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจที่ผิดพลาดอย่างมาก                นอกจากนี้การสูญเสียนักมวยปล้ำระดับสูงมากมายของนิวเจแปนไปให้กับสมาคมเออีดับเบิ้ลยูนั้น ยิ่งทำให้ความน่าสนใจของรายการลดลงไปอย่างมากจนทางเมยจ์ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นเคนนี่ โอเมก้าอดีตแชมป์โลกไอดับเบิ้ลยูจีพีของค่าย รวมถึงโคดี้และยัง บัคส์ที่ลาออกไปพร้อมกัน อีกทั้งอดีตแชมป์สหรัฐอเมริกาอย่างแลนซ์ อาเชอร์ที่ย้ายกลับไปประเทศบ้านเกิดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา                ด้วยเหตุนี้เองทำให้ประธานสมาคมนิวเจแปนชาวดัตช์คนนี้ต้องลาออกไปในที่สุด ก่อนที่จะได้ทาคามิ โอบาริมารับตำแหน่งแทน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เองอาจะทำให้แฟนมวยปล้ำอาจได้เห็นการร่วมกันของค่ายอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นกับค่ายมาแรงอย่างเออีดับเบิ้ลยูเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 นั่นเอง

รายการพาวเวอร์
มวย

รายการพาวเวอร์ ซึ่งเป็นมวยปล้ำในสตูดิโอเหมือนในอดีตช่วงที่เอนดับเบิ้ลยูเอยังรุ่งเรือง

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้พาย้อนกลับไปถึง 40 ปีก่อน สมาคมมวยปล้ำชั้นนำของสหรัฐอเมริกาที่แฟนๆ รุ่นเก๋านึกถึงต้องเป็นค่ายเนชั่นนัลเรสลิ่งแอลไลแอนซ์ที่สร้างชื่อนักมวยปล้ำมากมายไม่ว่าจะเป็นเดอะเนเจอร์บอยริค แฟลร์หรือดิอเมริกัน ดรีมดัสตี้ โรดส์ ที่เคยเป็นแชมป์โลกของสมาคมมาแล้ว จนกระทั่งในปัจจุบันที่พวกเขามี รายการพาวเวอร์ ซึ่งเป็นมวยปล้ำในสตูดิโอเหมือนในอดีตช่วงที่เอนดับเบิ้ลยูเอยังรุ่งเรืองอยู่นั่นเอง                สำหรับ รายการพาวเวอร์ หรือ Powerrr ตามที่ขึ้นบนโทรทัศน์นั้นได้ออกฉายครั้งแรกในปี 2019 โดยเป็นโครงการของบิลลี่ คอร์แกนประธานสมาคมเอ็นดับเบิ้ลยูเอคนปัจจุบันที่ต้องการนำรูปแบบรายการมวยปล้ำในสตูดิโอกลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้งนักมวยปล้ำมีชื่อเสียงมากมายมาร่วมงานด้วยไม่ว่าจะเป็นแชมป์โลกอย่างนิก อัลดิสหรือจะเห็นอดีตแชมป์เนชั่นนัลอย่างเจมส์ สตรอมนั่นเอง                แม้ว่ากระแสตอบรับของรายการพาวเวอร์จะเต็มไปด้วยคำชมก็ตาม แต่ทว่าหลังจากที่ซีซั่นที่สามของรายการจบไปนั้น ทั่วโลกก็ต้องเผชิญกับไวรัสโควิด-19 จนทำให้การบันทึกเทปต้องถูกพักไปชั่วคราว ซึ่งนักมวยปล้ำของเอ็นดับเบิ้ลยูเอหลายคนก็ได้ย้ายไปร่วมงานกับค่ายอื่นๆ แทน จนกระทั่งในปลายเดือนกันยายนที่ทางคอร์แกนได้ออกมาชี้แจงว่าพวกเขาจะยังไม่ยุติรายการนี้รวมทั้งจะกลับมาบันทึกเทปใหม่แม้ว่าจะไม่มีคนดูในสนามตามข้อบังคับของรัฐ                อย่างไรก็ตามนี่คือข่าวดีของแฟนมวยปล้ำที่มีโอกาสได้ชมรายการพาวเวอร์อีกครั้ง หลังจากที่เนื้อเรื่องกำลังเล่าอย่างเข้มข้นในซีซั่นที่ผ่านมา รวมทั้งการชิงแชมป์โลกระหว่างนิก อัลดิสกับมาร์ตี้ สเกิลล์สองนักมวยปล้ำชาวอังกฤษที่ฝ่ายหลังยังไม่เคยประสบความสำเร็จมาก่อนเลยอีกด้วย

โกลด์เบิร์ก
ข่าวกีฬาทั่วไป มวย

โกลด์เบิร์ก กับภาพลักษณ์ที่เหนือฝีมือในวงการมวยปล้ำ

ข่าวกีฬาล่าสุดในช่วงที่วงการมวยปล้ำถูกครองด้วยค่าย WCW นั้น นักมวยปล้ำตัวชูโรงของพวกเขาคือเป็นคนทำเงินให้กับวงการอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นฮัล์ค โฮแกนหรือเควิน แนซที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มนิวเวิลด์ออร์เดอร์ รวมถึงสติงพระเอกตลอดกาลของสมาคมที่กลายเป็นที่สนใจของแฟนๆ มากที่สุดในปี 1997 แต่ขณะเดียวกันนั้นทางสมาคมก็มีคลื่นลูกใหม่ที่พยายามปลุกปั้นขึ้นมาเพื่อปราบกลุ่มนิวเวิลด์ออร์เดอร์ในอนาคต ซึ่งชายที่ชื่อว่า โกลด์เบิร์ก ถือว่าเป็นเด็กปั้นไม่กี่คนที่มีโอกาสเฉิดฉายในวงการแม้เขาจะไม่ได้มีทักษะมากมายก็ตาม                โกลด์เบิร์ก เริ่มต้นอาชีพนักมวยปล้ำหลังจากที่รีไทร์จากวงการอเมริกันฟุตบอลได้ไม่นาน ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูแข็งแกร่งทำให้ชายจากจอร์เจียมีโอกาสขึ้นปล้ำทันทีหลังจากฝึกเพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งทางโกลด์เบิร์กเริ่มเป็นที่สนใจของแฟนๆ มากขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วเสมอโดยเริ่มต้นจากฮิวจ์ มอร์ลาสเป็นคนแรก ก่อนที่เขาจะสามารถคว้าแชมป์สหรัฐอเมริกามาได้จากเรเว่นในปี 1998 อีกทั้งเอาชนะโฮแกนได้ที่บ้านเกิดจนกลายเป็นแชมป์โลกคนใหม่ในปีเดียวกัน                แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือโกลด์เบิร์กนั้นไม่ได้มีทักษะมากพอจะสร้างแมตช์หรือเรื่องราวที่ดีให้แก่สมาคมได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เขากลายเป็นคู่เอกที่ต้องขึ้นปล้ำเป็นเวลานานทำให้แฟนมวยปล้ำเริ่มเห็นว่าฝีมือของเจ้าตัวไม่ได้ดีเหมือนภาพลักษณ์เลย จนกระทั่งในปี 2003 ที่โกลด์เบิร์กได้ย้ายมาสู่ WWE ที่เคยเป็นคู่แข่งโดยตรงกับค่ายเก่าของเขา ที่เปิดโอกาสให้เขาแสดงฝีมือจนคนดูถึงกับโห่ไล่ในแมตช์สุดท้ายของเขาเลยทีเดียว                ชื่อของโกลด์เบิร์กถือเป็นตัวอย่างที่ดีของคำว่าภาพลักษณ์สำคัญกว่าฝีมือ โดยเฉพาะในวงการที่ต้องใช้หน้าตาเพื่อออกโทรทัศน์ในทุกสัปดาห์เพื่อให้คนเชื่อในสิ่งที่ทำ บุคลิกจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักมวยปล้ำประสบความสำเร็จในอาชีพ แม้ว่าปัจจุบันโกลด์เบิร์กจะกลายเป็นมุกตลกของชาวอินเตอร์เน็ตไปแล้วก็ตาม

เรสเซิ่ลมาเนีย
ข่าวกีฬาทั่วไป

เรสเซิ่ลมาเนีย กับฉากที่สวยงามในการแข่งขันมวยปล้ำ

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้ว่ากันว่าสำหรับนักมวยปล้ำแล้ว ความฝันสูงสุดก็คงเป็นการขึ้นปล้ำใน เรสเซิ่ลมาเนีย สักครั้ง และถ้าได้เป็นคู่เอกหรือแชมป์โลกในวันนั้นคงเป็นยิ่งกว่าฝันเลยทีเดียว และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในรายการเรสเซิ่ลมาเนียครั้งที่ 20 ซึ่งมีแชมป์โลกสองคนในตอนจบ โดยพวกเขายังเป็นเพื่อนรักในชีวิตจริงที่ร่วมฝ่าฟันกันมาจนถึงวันที่ทั้งสองประความสบความสำเร็จพร้อมกัน ชื่อของนักมวยปล้ำคนแรกก็คือ เอ็ดดี้ เกอร์เรโร่ ที่เป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลนักมวยปล้ำเม็กซิกันที่ยิ่งใหญ่ เขาใช้เวลากว่ายี่สิบปีเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลกในสมาคมใหญ่อย่าง WWE จากการที่เขาเอาชนะบร็อค เลสเนอร์ในรายการโนเวย์เอาท์ ก่อนที่จะมีคิวป้องกันแชมป์โลกกับอดีตเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิคอย่างเคิร์ท แองเกิ้ลที่ เรสเซิ่ลมาเนีย จนในตอนสุดท้ายเขาจะรักษาแชมป์ไปได้ด้วยท่ารวบกดนั่นเอง แชมป์โลกอีกคนหนึ่งคือคริส เบนวานักมวยปล้ำชาวแคนาดาที่ได้เป็นคู่เอกของรายการ โดยเขาเป็นผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งหลังจากที่เป็นผู้ชนะรอยัลรัมเบิ้ลในปี 2004 ก่อนจะได้สิทธิชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับทริปเปิ้ลเอชเจ้าของตำแหน่ง รวมถึงชอว์น ไมเคิ่ลส์ที่กำลังมีเรื่องราวกับเอช ทำให้เกิดเป็นแมตช์สามเส้าในที่สุด ส่วนในตัวแมตช์ก็เป็นทางเบนวาที่สามารถใช้ท่าไม้ตายอย่างคริปเปิ้ลครอสเฟสจนทำให้เอชยอมแพ้ในที่สุด หลังจากที่เพื่อนรักทั้งสองคนกลายเป็นแชมป์โลกพร้อมกันก่อนที่จะมาแสดงความยินดีร่วมกันปิดท้ายรายการทำให้นี่คือฉากจบที่สวยงามที่สุดบทหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเรสเซิ่ลมาเนียแม้ว่าในช่วงเวลา 3 ปีต่อมาทั้งสองคนจะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้และชื่อของเบนวาจะถูกลบไปเนื่องด้วยเหตุการณ์ส่วนตัวของเขา แต่ฉากจบที่สวยงามนี้จะยังคงตรึงใจแฟนมวยปล้ำอยู่ตลอดไปอย่างแน่นอน ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป

อิมแพค p3
ข่าวกีฬาทั่วไป

อิมแพค เรสลิ่ง อดีตค่ายมวยปล้ำเบอร์สองผู้ฆ่าไม่ตาย

อิมแพค ในวงการมวยปล้ำที่แฟนๆ รู้จักกันดี หลายคนคงนึกถึงสมาคมยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง WWE ที่ครอบตลาดมานับ 60 ปี และอาจจะมีบางส่วนที่เป็นแฟนรุ่นใหม่ที่หันไปสนใจค่ายมวยปล้ำดาวรุ่งมาแรงอย่าง AEW หรือออลอีลีทเรสลิ่ง แต่ทว่าในช่วงเวลา 18 ปีที่ผ่านมาหลังจากล่มสลายของค่ายใหญ่อย่าง WCW และ ECW ก็ได้มีสมาคมเล็กๆ แห่งหนึ่งจากรัฐเทนเนสซี่ที่ก่อตั้งโดยอดีตแชมป์โลกอย่างเจฟฟ์ จาร์เร็ตในนามของ TNA หรืออิมแพคเรสลิ่งในปัจจุบันที่แฟนหลายคนต่างครหาว่าพวกเขาคงไปไปรอดนับตั้งแต่ปีแรกจนตอนนี้พวกเขายังคงดำเนินกิจการต่อไปและไม่มีวี่แววจะยอมแพ้แม้จะต้องเผชิญกับภาวะโควิด-19 ก็ตาม อิมแพค เรสลิ่ง อดีตค่ายมวยปล้ำผู้ฆ่าไม่ตาย                 แฟนมวยปล้ำในปัจจุบันคงรู้จักนักมวยปล้ำอย่างเอเจ สไตล์หรือซามัวร์ โจที่กำลังเป็นผู้บรรยายคนสำคัญของรายการรอว์ ซึ่งทั้งสองคนนี้ได้สร้างชื่อเสียงมาจากค่ายที่ชื่อว่าอิมแพคเรสลิ่งทั้งสิ้น โดยชื่อเดิมอย่างสมาคม TNA ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 จากพ่อลูกตระกูลจาร์เรต แต่ทว่าจากการบริหารที่ผิดพลาดทำให้พวกเขาต้องขายกิจการให้บริษัทแพนด้า เอนเนอร์จี้เป็นผู้รับช่วงต่อ ก่อนที่จะให้ดิกซีย์ คาร์เตอร์ลูกสาวของประธานบริษัทมาเป็นผู้ดูแลค่ายมวยปล้ำแห่งนี้แทน ก่อนที่ TNA จะก้าวไปสู่จุดสูงสุดในปี 2005 ที่พวกเขาได้เซ็นสัญญากับช่อง Spike TV และมีคนดูรายการกว่าล้านคนทุกสัปดาห์                 เมื่อถึงจุดสูงสุดพวกเขาก็มีจุดตกต่ำเช่นกัน แม้รายการของค่ายมวยปล้ำแห่งนี้จะมีคนติดตามถึงล้านคนก็ตาม แต่เป้าหมายของดิกซีย์มีมากกว่านั้น เธอต้องการให้รายการมีผู้ชมถึง 2 ล้านคนและด้วยความทะเยอะทะยานเกินตัวนั้นเอง […]