โรมัน เรนส์
มวย

โรมัน เรนส์ ที่เปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นหัวหน้าเผ่าของเกาะซามวน

ถือเป็นการวางบทบาทใหม่ของอดีตแชมป์โลก WWE อย่าง โรมัน เรนส์ ที่เปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นหัวหน้าเผ่าของเกาะซามวนอย่างเต็มตัวในรายการ Clash of Champions ที่เขาสามารถเอาชนะเจย์ อูโซ่ญาติแท้ๆ ของเขาและป้องกันแชมป์ยูนิเวอร์ซัลไปได้พร้อมสถาปนาตัวเองเป็นนักมวยปล้ำฝ่ายอธรรมอย่างเต็มตัว ซึ่งนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสมาคมเนื่องจากก่อนหน้านี้ทางโรมันจัดว่าเป็นพระเอกประจำยุคเลยทีเดียวติดตามต่อในข่าวกีฬาล่าสุด                 จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในแมตช์ชิงแชมป์โลกยูนิเวอร์แซลระหว่างบรอน สโตรว์แมนกับเดอะ ฟีนด์เบรย์ ไวแอตต์ที่มีปัญหากันมาอย่างยาวนาน ก่อนที่สุดท้ายจะเป็นทางไวแอตต์เอาชนะพร้อมคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ แต่ทว่าทางโรมัน เรนส์ได้กลับมาสู่สมาคมอีกครั้งพร้อมเล่นงานทั้งสองคนหลังจบแมตช์และประกาศตัวว่าเขากำลังจะกลับมาท้าชิงเข็มขัดเส้นนี้ที่เขาไม่เคยแพ้มาก่อน                จากนั้นไม่นานก่อนที่การชิงแชมป์โลกจะเกิดขึ้นในรายการ Payback ทางโรมัน เรนส์ได้เปิดตัวว่าเขากำลังร่วมงานกับพอล เฮย์แมนอดีตผู้จัดการส่วนตัวของคู่ปรับตลอดกาลของเรนส์อย่างบร็อค เลสเนอร์พร้อมประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าเขาคือหัวหน้าเผ่าและเจ้าของเวทีนี้ ก่อนที่เรนส์จะคว้าแชมป์ยูนิเวอร์แซลมาได้ในกติกาสามเส้าด้วยการจับบรอน สโตรว์แมนกดนับสามในแมตช์ที่เขาเอาเปรียบขึ้นปล้ำช้ากว่าคู่ต่อสู้ทั้งสอง                การเป็นแชมป์โลกยูนิเวอร์แซลครั้งนี้ของหัวหน้าเผ่าทำให้ทางโรมัน เรนส์กลายเป็นที่น่าจับตามองอีกครั้ง นับตั้งแต่เขาถูกผลักดันให้เป็นพระเอกแต่แฟนๆ กลับไม่ยอมรับจนกระทั่งเขากลายเป็นอธรรมในที่สุด พร้อมกับเรื่องราวใหม่ๆ ที่แม้แต่พอล เฮย์แมนไม่อาจควบคุมเขาได้อีกด้วย

นักมวยปล้ำ
มวย

นักมวยปล้ำ เหินเวหาในตำนานที่โลดแล่นมากว่า 20 ปีสำหรับชายที่ชื่อว่าร็อบแวนแดม

นับว่าเป็น นักมวยปล้ำ เหินเวหาในตำนานที่โลดแล่นมากว่า 20 ปีสำหรับชายที่ชื่อว่าร็อบแวนแดม อดีตแชมป์โลกของสมาคม WWE และ ECW ที่เคยเป็นตัวชูโรงจากทั้งสองค่ายในยุค 90 และ 2000 จนเป็นที่จดจำของแฟน นักมวยปล้ำ แต่ทว่าหลังจากที่เจ้าตัวมีการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรและต้องย้ายจากค่ายใหญ่ไปสู่ค่ายลำดับกลางอย่างอิมแพคเรสลิ่ง ก่อนจะลาออกไปในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ติดตามในข่าวกีฬาล่าสุด                 ชื่อของร็อบแวนแดมได้แจ้งเกิดในสมาคมเล็กๆ ในเมืองฟิลาเดลเฟียอย่าง ECW ที่นำโดยพอล เมย์แมนเป็นเจ้าของและผู้บริหารของสมาคม ด้วยความสามารถที่ต่างออกไปจากคนอื่นของแวนแดมทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักมวยปล้ำตัวหลักของค่าย ก่อนที่จะมีโอกาสคว้าแชมป์โทรทัศน์ได้นานกว่าสองปี จนกระทั่งวันที่สมาคมต้องถูกปิดตัวไปจากหนี้สินที่เกิดจากความผิดพลาดของเฮย์แมนเองในปี 2001                หลังจากที่ร็อบแวนแดมได้ย้ายมาสู่ WWE เจ้าตัวก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นจนกระทั่งมีโอกาสได้ขึ้นปล้ำชิงแชมป์โลกอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งในปี 2006 ที่นักมวยปล้ำเหินเวหาคนนี้สามารถคว้ากระเป๋ามันนี่อินเดอะแบงค์เพื่อสิทธิการชิงแชมป์ WWE จนกระทั่งเจ้าตัวทำสำเร็จด้วยการเอาชนะจอห์น ซีน่าไปในรายการคืนสู่เหย้าของชาว ECW นั่นเอง ก่อนที่ข่าวการใช้สารกระตุ้นและกัญชาของแวนแดมจะถูกเผยแพร่ออกไปจนโดนสมาคมแบนและย้ายออกไปอยู่อิมแพคเรสลิ่งในเวลาต่อมา                ด้วยความที่ออกปล้ำบนเวทีอยู่นานหลายสิบปีของร็อบแวนแดมทำให้เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากในปี 2020 ว่าเขาหมดไฟกับวงการมวยปล้ำไปแล้ว เหลือเพียงแต่การหาเงินและความอยากอวดที่เป็นนิสัยของเขามานานแล้ว ซึ่งด้วยเหตุนี้เองทำให้นักมวยปล้ำอดีตแชมป์โลกสองสมัยได้ขอแยกทางกับสมาคมอย่างอิมแพคเรสลิ่งที่เคยร่วมอยู่หลายปีและจะกลับไปทำรายการพอดแคสเหมือนเดิม

วงการมวยปล้ำ
ข่าวกีฬาทั่วไป มวย

วงการมวยปล้ำ กับ ริค แฟลร์ผู้อยู่ในบทบาทนักมวยปล้ำตลอดกาล

ข่าวกีฬาล่าสุดใน วงการมวยปล้ำ ที่มักจะต้องใช้แรงปะทะเสมอนั้น การที่จะยืนหยัดในสังเวียนเป็นเวลานานนั้นถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก แต่สำหรับชายที่ชื่อว่าริค แฟลร์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเจ้าของสถิติแชมป์โลก 16 สมัยที่เข้าสู่ วงการมวยปล้ำ มาตั้งแต่วัยรุ่นก่อนจะยืนระยะได้อย่างยาวนานกว่า 40 ปีโดยที่เจ้าตัวมันจะมีชื่อเสียงนอกสังเวียนจากการรักษาบทบาทเป็นแฟลร์อยู่เสมอไม่เว้นแม้แต่ช่วงเวลาที่รีไทร์ไปแล้วก็ตาม                เจ้าของฉายาเดอะเนเจอร์บอยได้เริ่มต้นในวงการมวยปล้ำช่วงยุค 1970 ที่เจ้าตัวได้ขึ้นปล้ำในสมาคม AWA ก่อนจะย้ายไปสู่ค่ายมวยปล้ำของจิม ครอกเกตที่สร้างชื่อให้กับเขาในฐานะนักมวยปล้ำเดี่ยว แม้ว่าทางด้านริค แฟลร์จะประสบอุบัติเหตุจากเหตุการณ์เครื่องบินตกพร้อมกับจอห์นนี่ วาเลนไทน์จนเกิดทำให้เขาต้องรีไทร์ไป แต่หลังจากแปดเดือนผ่านไป ทางแฟลร์ก็ได้กลับสู่วงการมวยปล้ำอีกครั้งพร้อมเปลี่ยนสไตล์การปล้ำจนกลายเป็นตัวละครที่แฟนมวยปล้ำคุ้นเคยจนถึงปัจจุบัน                นับจากนั้นเป็นต้นมาทางริค แฟลร์ก็สามารถเป็นตัวชูโรงให้กับวงการมวยปล้ำได้อย่างยาวนานพร้อมคว้าแชมป์โลกได้กับทั้งสมาคม NWA, WCW และ WWE รวมกันว่า 16 สมัย แต่ทว่าเรื่องราวของแฟลร์ยังไม่จบ ด้วยความเข้าถึงบทบาทอย่างมากทำให้เจ้าตัวมักจะเที่ยวดื่มและนอนกับผู้หญิงอย่างมากมายแทบทุกวัน จนคนในวงการมวยปล้ำกล่าวกันไว้ว่าป๋าริคจะคงความเป็นเนเจอร์บอยอยู่ตลอดจนกว่าเขาจะเข้าบ้านเลยทีเดียว เดอะเนเจอร์บอยได้เริ่มต้นใน วงการมวยปล้ำ ช่วงยุค 1970                ด้วยความเข้าถึงนี่เองทำให้เพื่อนรุ่นน้องอย่างชอว์น ไมเคิ่ลส์เคยออกสื่อพูดถึงตำนานแชมป์โลก 16 สมัยที่แม้จะรีไทร์จากวงการมวยปล้ำไปแล้ว แต่ยังคงใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงว่าเขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวตนของริค แฟลร์จริงๆ เป็นอย่างไร และมันถึงเวลาที่เขาหยุดใช้ชีวิตแบบนี้แล้วกลับไปเป็นริชาร์ด เฟลียร์คนเดิมในบ้านมากกว่า ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป

โกลด์เบิร์ก
ข่าวกีฬาทั่วไป มวย

โกลด์เบิร์ก กับภาพลักษณ์ที่เหนือฝีมือในวงการมวยปล้ำ

ข่าวกีฬาล่าสุดในช่วงที่วงการมวยปล้ำถูกครองด้วยค่าย WCW นั้น นักมวยปล้ำตัวชูโรงของพวกเขาคือเป็นคนทำเงินให้กับวงการอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นฮัล์ค โฮแกนหรือเควิน แนซที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มนิวเวิลด์ออร์เดอร์ รวมถึงสติงพระเอกตลอดกาลของสมาคมที่กลายเป็นที่สนใจของแฟนๆ มากที่สุดในปี 1997 แต่ขณะเดียวกันนั้นทางสมาคมก็มีคลื่นลูกใหม่ที่พยายามปลุกปั้นขึ้นมาเพื่อปราบกลุ่มนิวเวิลด์ออร์เดอร์ในอนาคต ซึ่งชายที่ชื่อว่า โกลด์เบิร์ก ถือว่าเป็นเด็กปั้นไม่กี่คนที่มีโอกาสเฉิดฉายในวงการแม้เขาจะไม่ได้มีทักษะมากมายก็ตาม                โกลด์เบิร์ก เริ่มต้นอาชีพนักมวยปล้ำหลังจากที่รีไทร์จากวงการอเมริกันฟุตบอลได้ไม่นาน ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูแข็งแกร่งทำให้ชายจากจอร์เจียมีโอกาสขึ้นปล้ำทันทีหลังจากฝึกเพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งทางโกลด์เบิร์กเริ่มเป็นที่สนใจของแฟนๆ มากขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วเสมอโดยเริ่มต้นจากฮิวจ์ มอร์ลาสเป็นคนแรก ก่อนที่เขาจะสามารถคว้าแชมป์สหรัฐอเมริกามาได้จากเรเว่นในปี 1998 อีกทั้งเอาชนะโฮแกนได้ที่บ้านเกิดจนกลายเป็นแชมป์โลกคนใหม่ในปีเดียวกัน                แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือโกลด์เบิร์กนั้นไม่ได้มีทักษะมากพอจะสร้างแมตช์หรือเรื่องราวที่ดีให้แก่สมาคมได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เขากลายเป็นคู่เอกที่ต้องขึ้นปล้ำเป็นเวลานานทำให้แฟนมวยปล้ำเริ่มเห็นว่าฝีมือของเจ้าตัวไม่ได้ดีเหมือนภาพลักษณ์เลย จนกระทั่งในปี 2003 ที่โกลด์เบิร์กได้ย้ายมาสู่ WWE ที่เคยเป็นคู่แข่งโดยตรงกับค่ายเก่าของเขา ที่เปิดโอกาสให้เขาแสดงฝีมือจนคนดูถึงกับโห่ไล่ในแมตช์สุดท้ายของเขาเลยทีเดียว                ชื่อของโกลด์เบิร์กถือเป็นตัวอย่างที่ดีของคำว่าภาพลักษณ์สำคัญกว่าฝีมือ โดยเฉพาะในวงการที่ต้องใช้หน้าตาเพื่อออกโทรทัศน์ในทุกสัปดาห์เพื่อให้คนเชื่อในสิ่งที่ทำ บุคลิกจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักมวยปล้ำประสบความสำเร็จในอาชีพ แม้ว่าปัจจุบันโกลด์เบิร์กจะกลายเป็นมุกตลกของชาวอินเตอร์เน็ตไปแล้วก็ตาม

เรสเซิ่ลมาเนีย
ข่าวกีฬาทั่วไป

เรสเซิ่ลมาเนีย กับฉากที่สวยงามในการแข่งขันมวยปล้ำ

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้ว่ากันว่าสำหรับนักมวยปล้ำแล้ว ความฝันสูงสุดก็คงเป็นการขึ้นปล้ำใน เรสเซิ่ลมาเนีย สักครั้ง และถ้าได้เป็นคู่เอกหรือแชมป์โลกในวันนั้นคงเป็นยิ่งกว่าฝันเลยทีเดียว และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในรายการเรสเซิ่ลมาเนียครั้งที่ 20 ซึ่งมีแชมป์โลกสองคนในตอนจบ โดยพวกเขายังเป็นเพื่อนรักในชีวิตจริงที่ร่วมฝ่าฟันกันมาจนถึงวันที่ทั้งสองประความสบความสำเร็จพร้อมกัน ชื่อของนักมวยปล้ำคนแรกก็คือ เอ็ดดี้ เกอร์เรโร่ ที่เป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลนักมวยปล้ำเม็กซิกันที่ยิ่งใหญ่ เขาใช้เวลากว่ายี่สิบปีเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลกในสมาคมใหญ่อย่าง WWE จากการที่เขาเอาชนะบร็อค เลสเนอร์ในรายการโนเวย์เอาท์ ก่อนที่จะมีคิวป้องกันแชมป์โลกกับอดีตเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิคอย่างเคิร์ท แองเกิ้ลที่ เรสเซิ่ลมาเนีย จนในตอนสุดท้ายเขาจะรักษาแชมป์ไปได้ด้วยท่ารวบกดนั่นเอง แชมป์โลกอีกคนหนึ่งคือคริส เบนวานักมวยปล้ำชาวแคนาดาที่ได้เป็นคู่เอกของรายการ โดยเขาเป็นผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งหลังจากที่เป็นผู้ชนะรอยัลรัมเบิ้ลในปี 2004 ก่อนจะได้สิทธิชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับทริปเปิ้ลเอชเจ้าของตำแหน่ง รวมถึงชอว์น ไมเคิ่ลส์ที่กำลังมีเรื่องราวกับเอช ทำให้เกิดเป็นแมตช์สามเส้าในที่สุด ส่วนในตัวแมตช์ก็เป็นทางเบนวาที่สามารถใช้ท่าไม้ตายอย่างคริปเปิ้ลครอสเฟสจนทำให้เอชยอมแพ้ในที่สุด หลังจากที่เพื่อนรักทั้งสองคนกลายเป็นแชมป์โลกพร้อมกันก่อนที่จะมาแสดงความยินดีร่วมกันปิดท้ายรายการทำให้นี่คือฉากจบที่สวยงามที่สุดบทหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเรสเซิ่ลมาเนียแม้ว่าในช่วงเวลา 3 ปีต่อมาทั้งสองคนจะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้และชื่อของเบนวาจะถูกลบไปเนื่องด้วยเหตุการณ์ส่วนตัวของเขา แต่ฉากจบที่สวยงามนี้จะยังคงตรึงใจแฟนมวยปล้ำอยู่ตลอดไปอย่างแน่นอน ติดตามข่าวกีฬาทั่วไป

เจฟฟ์ ฮาร์ดี้
ข่าวกีฬาทั่วไป มวย

เจฟฟ์ ฮาร์ดี้ กับการเสพย์ติดของมึนเมาจนชีวิตเกือบล้มเหลว

ข่าวกีฬาล่าสุดวันนี้ไม่มีแฟนมวยปล้ำคนไหนไม่รู้จัก เจฟฟ์ ฮาร์ดี้ นักมวยปล้ำจากรัฐนอร์ธ คาโรไลน่าที่สร้างชื่อเสียงมาจากการเป็นแชมป์แทคทีมคู่กับพี่ชายตัวเองอย่างแมตต์รวมถึงการปล้ำไต่บันไดจนทำให้เขากลายเป็นที่จดจำและสามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึงสามเส้นไม่ว่าจะเป็นแชมป์ WWE, แชมป์โลกเฮฟวี่เวทและแชมป์โลกจาก TNA แต่ทว่าในชีวิตเขากลับไม่สามารถยืนระยะในการเป็นหน้าตาของสมาคมได้เลย สาเหตุก็มาจากพฤติกรรมส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับของมึนเมานั่นเอง                หลังจากที่ เจฟฟ์ ฮาร์ดี้ ได้แชมป์ WWE และแชมป์โลกไปไม่ถึงปีเขาก็ขอลาออกจากสมาคม หลังจากที่เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มไม่สมบูรณ์เหมือนเดิมและต้องพักการปล้ำไป ทว่าช่วงนั้นเองที่เจฟฟ์กลับถูกตำรวจจับและดำเนินคดีในข้อหามีสารเสพย์ติดและของมึนเมาไว้ในครอบครอง จนถูกดำเนินคดีและต้องจำคุกในปี 2011 ถึง 10 วัน เจฟฟ์ ฮาร์ดี้ นักมวยปล้ำจาก WWL                ทว่าเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ชื่อเสียงของเจฟฟ์ ฮาร์ดี้ต้องพังลงไปเกิดขึ้นในปี 2011 นี้เองที่เขาซึ่งเป็นแชมป์โลก TNA ในขณะนั้นต้องขึ้นป้องกันแชมป์กับไอดอลในวัยเด็กของเขาอย่างสติง แต่เจ้าตัวกลับสร้างเรื่องเริ่มจากการเปิดตัวที่เขาเดินออกมาช้าผิดปกติ พร้อมท่าทางที่ดูไม่พร้อมขึ้นปล้ำเอาซะเลย จนทางเอริค บิชชอฟฟ์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารสมาคมจะเข้ามาแก้สถานการณ์แล้วส่งสัญญาณให้สติงรีบจบแมตช์โดยเร็วที่สุด ก่อนที่นักมวยปล้ำจอมเพ้นท์หน้าจะรีบใช้ท่าไม้ตายแล้วจับกดจนกลายเป็นแชมป์โลกคนใหม่ในที่สุด หลังจากนั้นไม่นานทางสมาคมจึงสั่งพักงานเจ้าตัวจากการเสพย์ของมึนเมาก่อนขึ้นปล้ำนั่นเอง                ด้วยความสามารถของเจฟฟ์และการบำบัดของเขาเอง จึงทำให้อาชีพของฮาร์ดี้คนน้องยังเหลืออนาคตอยู่โดยปัจจุบันเขาได้กลับไปปล้ำให้สมาคมต้นกำเนิดอย่าง WWE และครองแชมป์อินเตอร์คอนทิเนทัลอยู่เป็นสมัยที่ 5 ในอาชีพ รวมทั้งเขายังคงมีความฝันจะครองแชมป์โลกอีกสักสมัยก่อนจะจบอาชีพในอนาคตอันใกล้นี้